ม่ยังอยากเต้นรำอีกเหรอคะ ต้องล้มหน้าคะมำแน่ค่ะ”อวิ๋นตั่วพูดหยอกล้อแม่ตัวเอง“อวี่เจ๋อดูสิ น้ายังไม่ทันเต้น เธอก็ด่าน้าซะแล้ว”อวี่เจ๋อใช้มือข้างหนึ่งโอบไหล่อวิ๋นตั่ว จึงถือโอกาสบีบใบหน้ารูปไข่ของเธอ “อย่าพูดเหลวไหลสิ! แต่ว่า ก็สูงไปหน่อยนะครับ”แต่ไหนแต่ไรชูยินก็ไม่เชื่อฟังคำพูดอวิ๋นตั่ว เธอพูดกับพนักงานเบาๆ ว่า“แบบนี้ มีส้นที่เตี้ยกว่าคู่แรกหน่อยนึงหรือเปล่าคะ?”พนักงานในร้านบอกว่ามีแบบที่เหมือนกัน เป็นรองเท้าส้นเตี้ย“เอามาให้ฉันลองหน่อย” ชูยินดีใจมากพอใส่รองเท้าส้นเตี้ยก็สบายเท้าขึ้นมาก จึงบอกกับพนักงานว่า “เอาคู่นี้แล้วกันจ้ะ คู่เมื่อกี้สูงเกินไป”พอเลือกชุดเสร็จก็ไปเลือกเครื่องประดับที่ร้านอัญมณี จากนั้นทั้งสามก็ไปทานข้าวกันที่ร้านอาหาร ตอนที่กลับบ้านก็เป็นเวลาอาหารคํ่าแล้ว ทั้งสามเดินซื้อของจนเหนื่อยนิดหน่อย แทบจะไม่ได้ทานอาหารที่แม่บ้านหลิวทำ สิ่งนี้ทำให้แม่บ้านหลิวไม่พอใจอย่างมาก “เพื่อที่จะเตรียมอาหารสักโต๊ะ ป้ายุ่งวุ่นเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง พวกคุณทานน้อยแบบนี้ต้องทานข้างนอกมาแล้วแน่เลย อาหารข้างนอกอร่อยตรงไหนคะ มีแต่ผงชูรสทั้งนั้น”ชูยินฟังแม่บ้านหลิวบ่นจนชินแล้ว และก็ไม่สนใจด้วย เธอหมุนตัวกลับไปห้องรับแขก โทรหาขาไพ่ของเธอ นัดกันมาตั้งวงไพ่อวิ๋นตั่วกับอวี่เจ๋อเข้าไปในห้องอ่านหนังสือ ต่างคนต่างหาหนังสือมาหนึ่งเล่ม แล้วมานั่งตรงข้ามกัน เวลาไหลผ่านไปเงียบๆ ท่ามกลางพวกเขาสองคนข้างๆ