ของอวิ๋นตั่วก็ดูไม่เหมือนนะ เวลาเดินก็คล่องแคล่ว ถ้าบอกว่ามีอย่างที่คิดจริงๆ ตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องดื่มของพวกนั้นแล้วล่ะ?”“ตอนนี้อวิ๋นตั่วยังเรียนไม่จบ ไม่อยากมีลูกเร็วเกินไป จะแอบไปเอาลูกออกหรือเปล่านะ?”ชูยินตกใจ “งั้นเจ้าเด็กคนนี้นี่ก็กำเริบเกินไปแล้ว ทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้แล้วปิดบังฉัน อวี่เจ๋อก็ไม่ไหวเลยเหมือนกัน ปล่อยให้เธอก่อเรื่องได้ขนาดนี้เลย?”“อวิ๋นตั่วกลับมาวันนี้ ฉันต้องคุยกับเธอสักหน่อยแล้ว ถามให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”ชูยินพยักหน้าตอนบ่ายวันนั้น ชูยินโทรศัพท์หาอวิ๋นตั่ว บอกว่าอยากให้เธอกลับมากินข้าวเย็นที่บ้าน สั่งกำชับเป็นพิเศษว่าให้พาอวี่เจ๋อมาด้วย อวิ๋นตั่วก็รู้สึกไม่สบายใจ ชูยินที่มักไม่สนใจเรื่องราวนอกบ้าน น้อยนักที่จะพูดด้วยเสียงเด็ดขาดขนาดนี้สองคนมาถึงบ้านแล้ว ชูยินนั้นรอพวกเขาอยู่ในห้องรับรองเล็ก แม่บ้านหลิวเห็นพวกเขามาก็ถอยออกจากห้องไป ปิดประตูลงเบาๆ อวิ๋นเฉียวนั่งอยู่โซฟาข้างๆ กำลังใช้มีดปลอกแอบเปิ้ลอยู่อวิ๋นตั่วกำลังจะนั่งลง ชูยินก็พูดขึ้น “อย่าเพิ่งนั่ง แม่มีเรื่องจะถามลูก”“ถามก็ถามสิคะ ทำไมต้องทำเคร่งขรึมด้วยล่ะ?” อวิ๋นตั่วออดอ้อนชูยินไม่หลงกล “จริงจังหน่อย!”อวิ๋นตั่วสะดุ้ง ยืนตรงหน้าชูยิน จับมืออวี่เจ๋อไว้“แม่ขอถามพวกเธอหน่อยนะ มีเรื่องอะไรปิดบังแม่หรือเปล่า?”อวิ๋นตั่วกับอวี่เจ๋อต่างรู้สึกมึนงง เห็นชูยินดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ แต่พวกเขาไม่รู้เ