วันนี้อวิ๋นตั่วไม่ได้ดื่มเหล้า แต่ท่าทางการเดินในมหาวิทยาลัยร่าเริงราวกับคนดื่มเหล้ามา เธอได้ยินเสียงร้องของจักจั่น ราวกับว่าพวกมันกำลังร้องเพลงอยู่ ลมเย็นพัดลูบใบหน้า เธอยื่นมือทั้งสองข้างออกไปราวกับจะกอดสายลมเย็นๆ เอาไว้อวี่เจ๋อเดินตามอยู่ข้างหลัง เธอค่อยๆ ก้าวเดินอย่างงดงาม อารมณ์ดีกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว“หนูกับลั่วเสวี่ย ฉงหรง และก็กู่เลี่ยงทำรายการทีวีรายการหนึ่ง ชื่อรายการสุดยอดฉงหรง”“ทำไมถึงชื่อรายการสุดยอดฉงหรง?”“ก็ฉงหรงเป็นพิธีกร เพราะงั้นก็เลยใช้ชื่อของเธอค่ะ”“แล้วทำไมเธอกับลั่วเสวี่ยไม่เป็นพิธีกรล่ะ?”“หนูกับลั่วเสวี่ยเป็นไม่ได้หรอกค่ะ หนูต้องเขียนสคริปต์
ลั่วเสวี่ยรับผิดชอบการตัดต่อ กู่เลี่ยงเป็นตากล้อง อีกอย่างหนูกับลั่วเสวี่ยประหม่าตื่นกล้องจะตาย”“ทำไมพี่ไม่รู้เรื่องนี้เลยล่ะ งั้นต่อไปการแข่งโต้วาทีที่เทียนจินจะทำยังไงดีเขาจะถ่ายทอดสดเลยนะ”อวิ๋นตั่วบอก “โต้วาทีน่ะไม่เป็นไรหรอกค่ะ แถมไม่ต้องให้หนูมองกล้องด้วย อีกอย่างหนูคิดว่าโต้วาทีกับการเป็นพิธีกรมันไม่เหมือนกัน พิธีกรยากกว่าเยอะเลย จริงๆ นะ”แล้วจู่ๆ อวิ๋นตั่วก็เงียบทันที เหมือนจะคิดอะไรได้ “พี่บอกว่าไปแข่งที่เทียนจินเหรอคะ?”“ก็ใช่น่ะสิ เธอไม่อยากไปเหรอ?”“อยากไปอยู่แล้วค่ะ ว่าแต่พี่ไปด้วยไหมคะ?”อวี่เจ๋อพยักหน้า“จริงเหรอคะ?” อวิ๋นตั่ววิ่งเข้ามาคว้าแขนอวี่เจ๋อไว้ “พี่จะไปเทียนจินกับหนู ไปโต้วาทีด้วยกันใช่ไหมคะ?”“ได้ยิน