แบบนี้กับเพื่อนไม่ได้นะ?”“พี่เป็นเพื่อนของหนูเหรอคะ?” อวิ๋นตั่วหัวเราะเฉินอวี้หันมองอวี่เจ๋อ “ดูเธอให้ดีหน่อย ยังไงฉันก็เป็นรุ่นพี่ เป็นเพื่อนของแฟน ไม่ไว้หน้าฉันก็เท่ากับไม่ไว้หน้านาย”อวี่เจ๋อมองอวิ๋นตั่ว ท่าทางอ่อนโยน “เฉินอวี้พูดถูก ยังไงก็เป็นเพื่อนสนิทของพี่ เธอจะไม่ไว้หน้าเขาไม่ได้ เพราะอย่างนั้นต่อไปเวลาเขาดีใจ จะให้กินแค่ไวท์ช็อกโกแลตไม่ได้ ให้ลองดาร์กช็อกโกแลตด้วยก็ได้!”เฉินอวี้หน้าบึ้ง “ดาร์กช็อคคืออะไรอีกล่ะ?”“หาหินเล็กๆ อะไรพวกนั้นก็ได้”เฉินอวี้นั่งลงที่นั่งตัวเอง ก่อนหันพูดกับชีซิง “เห็นหรือยัง เห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อนขนาดนี้เลย เราสองคนคอยติดตาม ฟังคำสั่ง บุกนํ้าลุยไฟ แต่สุดท้ายกลับมามีจุดจบแบบนี้!”ชีซิงทำท่าไม่สนใจ “ฉันไม่กลัว ฉันไม่ใช่คนปากมากซะหน่อย”“ใช่ ชีซิงเป็นเพื่อนที่ดีของหนูมาตลอด เหมือนพี่ชายเลยล่ะค่ะ” อวิ๋นตั่วหยุดคิด ก่อนหันมองเจียงหนาน “แต่ต่อไปก็จะเป็นพี่เขยแล้วใช่ไหมคะ?”เจียงหนานยิ้มบาง ”พี่ไม่เข้าไปยุ่งเรื่องระหว่างพวกเธอหรอกจะเพื่อนก็ได้ พี่ชายก็ดี พี่ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”อวิ๋นตั่วยิ้มซุกซน “หนูเรียกพี่เขย พี่ก็ไม่ว่าอะไรสินะคะ”“เด็กคนนี้นี่ แย่จริงๆ เลย” เจียงหนานว่าอวี่เจ๋อเอาหนังสือรับรองสิทธิผู้ถือหุ้นออกมา 4 ฉบับ ให้ชีซิง เฉินอวี้กับเจียงหนาน “นี่ตามที่เราคุยกันไว้ตอนแรก แบ่งตามสัดส่วนสองสี่สี่กับรัฐบาลเมืองและบริษัทบาร์เลย์ ฉันแบ่ง 20% ของฉันออก