พอหูต้าเฉิงไป อวิ๋นอี้ฟานก็เรียกเลขาเข้ามาในห้องทำงาน “บัญชีของเรามีเงินหมุนเวียนอยู่เท่าไหร่”เลขาท่าทางลำบากใจ “สองร้อยสิบกว่าล้านค่ะ”อวิ๋นอี้ฟานขมวดคิ้ว “หูต้าเฉิงต้องการสามร้อยล้าน เป็นการชำระแบบก้อนเดียวด้วย นั่นหมายถึงผมไม่สามารถซื้อได้งั้นเหรอ?”“ที่เราติดต่อกับหูต้าเฉิงมา คุยกันที่ราคาสองร้อยล้านมาตลอด แต่จู่ๆตอนนี้เขาก็ต้องการสามร้อยล้าน น่าจะเพราะมีอะไรแฝงอยู่เบื้องหลัง
ประธานอวิ๋น ท่านต้องการให้เราตรวจสอบก่อนว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่คะ?” เลขาว่า“เรื่องตรวจสอบน่ะเราต้องตรวจสอบอยู่แล้ว แต่เขาให้เวลาผมแค่หนึ่งสัปดาห์ ถ้าผมหาสามร้อยล้านมาให้ไม่ได้ การซื้อขายนี่ก็จะว่างเปล่า เป็ดมาถึงปากแล้ว คงปล่อยมันหนีไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้”อวิ๋นอี้ฟานนั่งลงที่เก้าอี้บอสของตัวเอง สิบนิ้ววางเคาะลงกับโต๊ะ โต๊ะทำงานขนาดใหญ่วางรูปถ่ายครอบครัวทั้งสี่คนไว้ เป็นรูปถ่ายวันที่อวิ๋นตั่วเข้ามหา‟ลัย C“เงินกู้ก้อนนั้น ทางการเงินส่งคืนไปหรือยัง?”“น่าจะยังค่ะ อีกหนึ่งสัปดาห์ถึงจะถึงเวลา ปกติฝ่ายการเงินจะจัดการเรียบร้อยล่วงหน้าหนึ่งวัน”“ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกเขาชะลอออกไปหน่อย ช่วยนัดประธานฟางให้ผมที”เลขารู้ว่าอวิ๋นอี้ฟานคิดจะทำอะไร จึงเอ่ยเตือนขึ้น “ชะลอลงแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องดอกเบี้ย แต่เครดิตการกู้เงินของเราจะถูกหักไปอย่างมาก
อาจจะถึงหนึ่งร้อยล้าน คิดหาทางอื่นดีกว่าไหมคะ?”“มีวิธีอะไรอีกล่ะ?” อ