กนั้น ยิ่งเต้นก็ยิ่งลืมตัวตนของตัวเองเหมือนรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเกล็ดหิมะเหล่านั้นกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของพวกมันจนกระทั่งมีแสงไฟรถยนต์ของอวิ๋นเฉียวส่องไปที่พวกเขา ทั้งสองจึงหยุดเต้นโดยมิได้นัดหมายสองมือของอวิ๋นเฉียวยัดอยู่ในกระเป๋ากางเกง ยืนอยู่ใกล้ๆ ไฟรถ มองคนโง่สองคนที่กำลังเต้นรำอยู่ท่ามกลางหิมะ เขามองเห็นอยู่จากที่ไกลๆ นานแล้วหัวเราะในใจให้กับความไร้สาระของพวกเขา แต่อดไม่ได้ที่จะขัดจังหวะ พอเห็นเกล็ดหิมะบนหมวกน้องสาวกลายเป็นละอองนํ้ากลิ้งตกลงมา ถึงสำนึกได้ว่าควรจะเตือนพวกเขา ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเขาต้องเป็นหวัดแน่เขาขับรถเข้าไปใกล้อีกนิดหนึ่ง เปิดไฟจากที่ไกลๆ จากนั้นก็ลงรถ แล้วมายืนอยู่ตรงหัวรถ คิดไปเองว่าทำท่าทางแบบนี้แล้วหล่อมากปรากฏว่าเด็กอกตัญํูอย่างอวิ๋นตั่ว พอเห็นเขาก็ตำหนิทันที “ทำอะไรของพี่คะ?”“สร้างแสงไฟให้เวทีเต้นรำของพวกเธอไง”“มือไม่พายเอาเท้ารานํ้า!” อวิ๋นตั่วกำหมัดใส่เขาอวิ๋นเฉียวอดรู้สึกเศร้าไม่ได้ ลูกผู้หญิงเหมือนนํ้าที่สาดออกไปจริงๆ ตั้งแต่เป็นแฟนกับอวี่เจ๋อ เธอก็ยังกำหมัดโบกใส่เขาอยู่หลายครั้ง“ทำคุณบูชาโทษ!” เขาด่าอวิ๋นตั่ว “พี่หวังดีกับเธอนะ ดูสิแธอปียกไปทั้งตัวแล้ว ถ้าเต้นต่อไปต้องเป็นหวัดแน่ๆ”ยังไม่ทันพูดจบ อวิ๋นตั่วก็จามออกมาทีหนึ่ง“เห็นไหมล่ะ!”“ต้องมีคนนินทาหนูอยู่แน่ๆ” อวิ๋นตั่วอธิบายเรื่องการจามของตัวเอง“จะยังไงก็เถอะ นี่ก็นานแล้ว พี่ตั้งใจมารับเธอ