อย่างเป็นธรรมชาติชูยินอายุ 50 แล้ว แต่ถ้ามองจากข้างหลังแล้วก็ดูไม่ออก เธอยังคงเป็นสุภาพสตรีที่ดูบอบบาง เธอสวมสูทแบรนด์ดัง ตัดเย็บเข้ารูป ขับให้รูปร่างของเธอใดูเด่นขึ้นไปอีก เธอไม่ชอบใส่เครื่องประดับ คงเพราะต้องคอยดูแลดอกไม้ต้นไม้อยู่เสมอ แต่บางครั้งก็จะใส่ต่างหูเพชรเม็ดเล็ก ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายเวลามาที่บ้านหลิว เธอจะระมัดระวังการแต่งตัวมากกว่าเดิม เพราะจากการที่มาที่นี่หลายปี ทำให้เธอค่อนข้างเข้าใจคู่สามีภรรยาบ้านหลิว เพราะแบบนั้นจึงพยายามไม่แสดงความรํ่ารวยมั่งคั่งต่อหน้าพวกเขามากจนเกินไปการมาเยี่ยมในวันที่ 3 ของปีใหม่ในทุกๆ ปี ราวกับเป็นโลกสองใบที่บังเอิญมาซ้อนทับกันวันนี้อวิ๋นตั่วสวมเดรสสีขาว ทับด้วยเสื้อคลุมสีดำ เปียหางม้าถูกปล่อยม้วนลอนปลาย บนศีรษะมีหมวกเล็กๆ ขับให้ใบหน้าที่ปกติก็ดูไร้ที่ติอยู่แล้วยิ่งน่ามองมากขึ้นไปอีก รองเท้าบูทมีส้นเล็กน้อย ไม่ได้สูงมาก น่าจะเป็นความสูงพอที่เธอสามารถควบคุมได้ แต่เธอก็ยังคงเป็นเหมือนเด็กคนหนึ่ง นั่งบนโซฟา สองมือจับพนักพิง สองขาไขว้กันแกว่งไปมานั่นบอกให้รู้ว่าเธอเบื่อสุดๆ แล้ว“ว้าว ในที่สุดคนงานยุ่งก็กลับมาแล้ว” อวิ๋นเฉียวเป็นคนแรกที่เห็นเขา“สวัสดีครับคุณน้า!” เขาทักทายชูยิน พอถึงนึกว่าตัวเองเป็นแฟนของอวิ๋นตั่ว แต่กลับให้เธอกับแม่มาสวัสดีปีใหม่ถึงบ้านแล้วก็อดหน้าแดงไม่ได้อวิ๋นเฉียวเองก็ไม่ได้ปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ของเขาหลุดรอดสายต