า “ถ้าฉันไม่ได้ตาฝาด นายหน้าแดงเหรอ? รู้สึกเหมือนลูกเขยได้เจอแม่ยายอะไรแบบนี้หรือเปล่า?”แต่ไหนแต่ไรมาอวิ๋นเฉียวก็เป็นแบบนี้ นึกอยากพูดอะไรก็พูด พอได้ทำตามอำเภอใจแล้ว ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา“ฉันนี่แย่จริงๆ ลืมวันนี้ไปซะได้ จริงๆ น่าจะโทรไปบอกนายสักหน่อย”เขาอธิบายไป แล้วก็คิดขึ้นได้ว่าเหมือนเป็นการแถไปข้างๆ คูๆ ก็เลยปิดปากลงชูยินหัวเราะ ”หลายปีมานี้ทำจนเป็นเรื่องปกติแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้มา คงรู้สึกเหมือนปีใหม่ปีนี้ผ่านไปไม่ค่อยดี”ฟางผิงเองก็หัวเราะไปด้วย “วันนี้ทานข้าวกันก่อนแล้วค่อยกลับสิคะ”“ดีเลยครับ/ดีเลยค่ะ” คนที่ตกปากรับคำคือคู่หนุ่มสาว อวิ๋นเฉียวรับคำเร็วกว่าอวิ๋นตั่วซะด้วยซํ้าเรื่องนี้ทำให้ชูยินลำบากใจ ปีที่แล้วๆ มา พวกเขาไม่เคยกินข้าวที่บ้านหลิวเลยสักครั้ง“ไม่ดีกว่าค่ะ เรามีนัดแล้ว ถ้าไม่ไปตามนัดเขาจะโมโหเอา”“หนูไม่อยากไปบ้านลุงโจว” อวิ๋นตั่วว่า“งั้นลูกก็อยู่ที่นี่ อวิ๋นเฉียวไปกับแม่”“ทำไมเป็นผมล่ะ?” อวิ๋นเฉียวไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด“ถ้าลูกไม่ไปส่งแม่ แล้วจะให้แม่กลับเองเหรอ?” ชูยินจ้องลูกชายเขม็งอวิ๋นเฉียวฮึดฮัดตามคนเป็นแม่ บอกลาครอบครัวหลิวแล้วกลับออกไป