! พี่ไปบอกแม่ว่าน้องร้องไห้ แม่ก็เอาแต่บอกให้ไปหาแม่บ้านหลิวไปดูว่าน้องหิวหรือเปล่า” อวิ๋นเฉียวว่าอวิ๋นตั่วปวดใจจริงๆ คิดไม่ถึงเลยว่าตลอดชีวิตนี้เธอจะไม่ได้รับความอบอุ่นจากคนเป็นแม่เลยสักนิด ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลยสักนิดนะ แต่ความประทับใจเพียงน้อยนิดนั่น เธอจะต้องสั่งสอนแม่ให้รู้ซะบ้างชูยินโมโหที่อวิ๋นเฉียวโค่นเธอแบบนั้น จึงรีบโต้กลับทันที “ลูกยังจะกล้าว่าแม่อีกเหรอ ดูตัวเองสิ มีครั้งหนึ่งลูกอุ้มน้อง เล่นเกมแกว่งไปมา สุดท้ายก็แกว่งจนน้องหลุดมือ ตีลังกา 360 องศา เอาหัวทิ่มลงพื้น แม่ตกใจแทบแย่!” จบคำ ชูยินยังไม่ลืมเสริมต่อว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะพรมหนาพอนะ ลูกคงไม่รอดแล้วล่ะ!”อวิ๋นตั่วโมโห ที่แท้ที่เธอมีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะโชคช่วยและจิตใจอันแข็งแกร่งจริงๆ “มิน่าล่ะจนถึงตอนนี้หนูมักจะปวดหัวกับพี่แบบไร้สาเหตุอยู่บ่อยๆ!”“ผมไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย อย่าเอาความผิดพลาดของผมมาต้านความผิดพลาดของตัวเองสิครับแม่”“ใช่ที่ไหนกัน” ชูยินเหมือนกับเด็กที่ทำความผิดมาแล้วถูกผู้ปกครองจับได้แล้ว แต่ก็ยังจะแถต่อ“ยังไม่ยอมรับอีก ตอนน้องอายุ 2 ขวบ มีความคิดแผลงๆ อยากจะไปหาพ่อ ผมเดินตามไปข้างหลัง เดินไปบนถนน คนก็เยอะ อันตรายจะแย่ แต่แม่ก็ยังเอาแต่เล่นไพ่นกกระจอก ไม่รู้ด้วยซํ้าว่าเราออกไปข้างนอก”แม่บ้านหลิวที่ยกขนมมาให้ก็พูดบ้าง “เรื่องนี้ป้าจำได้ค่ะ พอรู้ว่าทั้งสองคนหายไป ป้าก็ตกใจแทบแย่ ตามหาจนทั่วเลย