ในร้านหม้อไฟ เฉินอวี้กำลังขัดหม้อไปด้วยและคุยโอ้อวดเรื่องเช้าวันนี้ให้ลั่วเสวี่ย ฉงหรง เทียนอี้และสือเหยียนฟังไปด้วย “คนพวกนั้นน่ะ ยังมีหน้ามาพูดอีกว่าตัวเองเรียนคอมพิวเตอร์ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็โจมตีพวกเขาได้หมดแล้ว พวกเธอไม่เห็นสีหน้าบอสของพวกเขาตอนนั้น ดูไม่ได้สุดๆ ไปเลย!โดยเฉพาะหยูอี้ซินน่ะ หน้าดำครํ่าเครียดไปหมด แต่ก็ไม่แปลกหรอก จ่ายเงินไปเยอะเพื่อจ้างคนข้างนอกมา คาดไม่ถึงว่าจะแพ้ซะดูไม่ได้แบบนี้”สือเหยียนมองเทียนอี้แวบหนึ่ง เหมือนเทียนอี้ไม่รู้สึกอะไร เขาไม่สนใจความแพ้ชนะของพ่อตัวเองเลย กิจการใหญ่โตนั่น ราวกับไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลยฉงหรงส่งสายตาให้เฉินอวี้ เตือนว่าลูกชายของหยูอี้ซินอยู่ตรงนี้เฉินอวี้เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตัวเองพูดมากไปแล้ว จึงตบบ่าเทียนอี้เบาๆ “ขอโทษทีนะ ที่พูดถึงพ่อนายแบบนี้น่ะ”“ไม่เป็นไรหรอกครับ” เทียนอี้ฝืนยิ้ม “พ่อก็คือพ่อ ผมก็คือผม”ทุกคนตกตะลึงในใจ โดยปกติแล้ว แม้จะรู้สึกไม่ดีกับพ่อขนาดไหน ในใจลูกชายจะโกรธเกลียดพ่อขนาดไหน แต่ตอนที่คนอื่นหัวเราะเยาะผู้เป็นพ่อต่อหน้าตัวเองถึงอย่างไรก็ต้องโกรธ คนไม่สนใจใยดีแบบเทียนอี้ พบเห็นได้น้อยจริงๆลั่วเสวี่ยกำลังเลื่อมใสชื่นชมเฉินอวี้ “พี่บอกว่าอี้ซินกรุ๊ปจ้างคนข้างนอกมา พี่รู้ได้ยังไงคะ?”“ก่อนหน้านี้พี่ได้รู้เรื่องภายในของบริษัทพวกเขาพอจะประเมินศักยภาพของพวกเขาแต่ละบริษัทได้คร่าวๆ ว่ากันตามจริงแล้วอี้ซินไม่ได้สนใจด้