ั่วนะว่าฉันสนับสนุน พังไปเลย!”“ฮัลโหล ฮัลโหล…”“เป็นยังไงบ้าง เขาบอกจะมาเมื่อไหร่?” เฉินอวี้ถามท่าทางร้อนรน“เขาบอกว่าเขาไม่มา”คำตอบที่ทำคนฟังโมโหจนยืนแทบไม่ติด ”ได้บอกเขาหรือเปล่าว่าถ้าเขาไม่มา อาจจะมีคนตายก็ได้?”“ไม่ใช่แค่ไม่มานะ ยังบอกว่าอวิ๋นตั่วทำดีแล้ว เขาสนับสนุน”เฉินอวี้โมโหจนควันออกจมูก ”ไม่เข้าข้างกันเลย!”อวิ๋นตั่วคว้าตะเกียบมาโยนใส่เฉินอวี้ แต่ฝ่ายนั้นก็หลบได้อย่างสวยงามพอหลบแบบนี้ก็ยิ่งทำให้เธอโมโหมากขึ้นกว่าเดิม คว้าถ้วยที่วางอยู่บนโต๊ะกะจะโยนออกไป แต่ชีซิงเห็นเข้าก่อนถึงได้รีบวิ่งเข้ามาหา “อวิ๋นตั่ว ถ้าโยนถ้วยแตกแล้วเธอต้องจ่ายเงินด้วยนะ โยนตะเกียบเถอะ โยนไปมันก็ไม่เสียหายเก็บมาล้างใช้ได้อีก”พูดไปก็รับถ้วยในมืออวิ๋นตั่วมา แล้วยื่นตะเกียบให้แทนในขณะเดียวกัน ชีซิงก็โน้มน้าวเฉินอวี้ไปด้วย“เฉินอวี้ นายก็ยอมให้อวิ๋นตั่วตีเถอะ ให้เธอระบายอารมณ์หน่อยก็จบแล้ว”เฉินอวี้กับอวิ๋นตั่วต่อรองกัน “ถ้าพี่ให้เธอตีแล้วเธอจะจบใช่ไหม? ถือว่าได้คิดบัญชีกันแล้วใช่หรือเปล่า?”“ฝันไปเถอะค่ะ! ถ้าแค่โยนไปก็จบ พี่ยังชดใช้น้อยเกินไป ถ้าวันนี้ไม่ได้สั่งสอนพี่ พี่คงไม่จำ!”เฉินอวี้ก้มลงหลบใต้โต๊ะ “งั้นพี่ไม่ให้เธอตี”“จะไม่ออกมาใช่ไหมคะ?”เธอมองไปรอบๆ แล้วจู่ๆ ก็นึกถึงแนวฮวงจุ้ยของเฉินอวี้ขึ้นมา กระถางบอนไซสิบกว่ากระถางที่วางเป็นแนวฮวงจุ้ยเป็นเหมือนหัวใจของเฉินอวี้ เขาบอกว่าที่กิจการร้านหม้อไฟดีแบบนี้ ก็