วันนี้ราชกิจในราชสำนักวุ่นวายจนแทบพลิกฟ้า เมื่ออัครเสนาบดีสวีหมิงหล่างสะสางฎีกากองพะเนินเสร็จสิ้นและก้าวพ้นประตูจงซู ทะเลโคมไฟในเมืองเยี่ยนผิงก็สว่างไสวไปทั่วทุกตรอกซอกซอย เขาขึ้นรถม้าประจำตำแหน่งหน้าประตูวังหลวง เอ่ยปากเร่งคนขับให้ควบตะบึงเร็วกว่าปกติ ซึ่งเป็นภาพที่เห็นได้ยากยิ่ง
ระยะนี้คลื่นลมในราชสำนักปั่นป่วนชะงักงัน โดยเฉพาะการผลักดัน ‘ทำเนียบเสนาธิการห้าเหล่าทัพ’ ที่ล่าช้าดุจโคลนดูด เมื่อเทศกาลล่าสัตว์ฤดูสารทสิ้นสุด ตระกูลใหญ่จำนวนมากต่างถอนตัวจากเมืองหลวงกลับคืนสู่ถิ่นฐาน ส่งผลให้โครงการนี้ไม่อาจหลุดพ้นจากสภาวะตีบตัน
สวีหมิงหล่างคือผู้ริเริ่มระบบ ‘ผู้ตรวจทัพ’ ด้วยมือตนเอง เปิดทางให้ขุนนางบุ๋นสอดมือเข้าแทรกแซงขุนนางบู๊ในกองทัพองครักษ์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ทว่าผู้ที่เคยชินกับการเรียกพายุเรียกฝนในราชสำนัก บัดนี้กลับต้องจมปลักอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อารมณ์ย่อมอัดอั้นขุ่นมัว
เมื่ออัครเสนาบดีพิโรธ ผู้คนเบื้องล่างย่อมมีชีวิตประดุจตกนรก ตั้งแต่กรมจงซูไปจนถึงจวนอัครเสนาบดี ใหญ่สุดระดับเสนาบดีหกกระทรวง เล็กสุดจนถึงบ่าวไพร่ยามเฝ้าประตู ทุกผู้คนล้วนต้องเดินเหินบนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบ พลาดพลั้งเ