พูดมันออกมาซะแล้ว เธอพยายามฝืนยิ้มและหาข้ออ้าง “หนูหมายความว่า ?”จู่ๆ อวิ๋นตั่วก็หยุดพูด เธอเห็นใบหน้าหล่อเหลากำลังเข้ามาใกล้ อวิ๋นตั่วกลั้นหายใจ กำลังคิดว่าเวลาแบบนี้ควรจะหลับตาหรือเปล่า? เธอค่อยๆหลับตาลง รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่อบอุ่น จู่ๆ เธอก็สะอึกมีกลิ่นเหล้าคลุ้งออกมาอวิ๋นตั่วพุ่งเข้าไปในห้องนํ้า ล้างหน้าแล้วมองตัวเองในกระจก
โดยเฉพาะที่หัว “ทำไมไม่ได้เรื่องแบบนี้นะ สะอึกตอนไหนก็ไม่สะอึก ทำไมต้องมาสะอึกในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ด้วย!”อวิ๋นตั่วเดินกลับหอพักอย่างหน้าม่อยคอตก ฉงหรงกับลั่วเสวี่ยเข้ามาล้อมเธอไว้ “เป็นไง สำเร็จไหม?”“ไม่สำเร็จ!” อวิ๋นตั่วเอามือทั้งสองไขว้กันบนโต๊ะ แล้วใช้คางหนุน“ทำไมล่ะ?” ฉงหรงกับลั่วเสวี่ยผิดหวังมาก“ฉันดื่มจนเมา เมาเหมือนหมูตายเลย” อวิ๋นตั่วตอบ“เธอเมาเหมือนหมูตาย แล้วรู้ได้ไงว่าไม่สำเร็จ?” ลั่วเสวี่ยถามอวิ๋นตั่วงยเหน้ามองลั่วเสวี่ย แล้วสาบานอย่างมั่นใจ “เหลวไหลน่า ฉันเป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ จะไม่รู้เชียวเหรอว่าสำเร็จหรือเปล่า? ฉันตื่นมาตอนเช้า เสื้อผ้ายังอยู่ดี เธอว่าใครจะช่วยฉันใส่เสื้อผ้าหลังจากทำเรื่องแบบนั้นเสร็แล้วล่ะ? เขานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ นั่งอยู่ทั้งคืน เธอว่าเขาจะทำอะไรได้ล่ะ?”“มีเหตุผล ดูแล้วจะดื่มจนเมาไม่ได้ ปัญหาอยู่ที่เหล้าแล้วล่ะ ต้องเริ่มจากคิดแผนใหม่” ฉงหรงพูดลั่วเสวี่ยตรัสรู้ทันที “ฉันมีวิธีแล้ว แต่งคอสเพลย์สิ ฉันจะบอกพวกเธอให้นะ เดี๋ยว