อวิ๋นตั่วครุ่นคิดแล้วตอบว่า“เหมือนจะไม่เคยนะ”“นึกไม่ถึงเลยว่าที่พวกเธอรักกัน ก็แค่รักกันเฉยๆ น่ะเหรอ?” ฉงหรงพูดอวิ๋นตั่วพลันรู้สึกผิดหวังมาก เหมือนตอนเด็กเวลาใส่กระโปรงที่สวยที่สุดออกไปข้างนอก แล้วโดนคนดูถูก แน่นอนว่าเธอต้องกู้ศักดิ์ศรีคืนมา “มีกอดกันด้วย”“แบบนั้นความรักของเธอก็จืดชืดมาก” ลั่วเสวี่ยพูดขยายความอวิ๋นตั่วยิ้มเยาะ “พวกเธอยังมีหน้ามาว่าฉันอีกนะ อย่างน้อยฉันก็มีความรัก พวกเธอน่ะแม้แต่ความรักก็ยังไม่มีเลย เธอสองคนตัวติดกันทั้งวันจนคนอื่นสงสัยว่าเป็นเลสเปี้ยนแล้วมั้ง”“ฉันยังภูมิใจนะ เธอคิดดูสิ ผู้ชายคนหนึ่งคบเธอสามเดือนกว่าแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่มีความรู้สึกอะไรกับเธอเลย นี่ไม่ได้มีปัญหาเหรอ?” ฉงหรงพูด“มีปัญหาอะไร?” อวิ๋นตั่วถาม“ตอนนี้มันสมัยไหนแล้ว หรือเธอให้ความสำคัญกับเรื่องไม่ทำผิดประเพณี? ทั้งสองคนรักกันลึกซึ้งก็ควรเชื่อมประสานกันอย่างกลมกลืนสิเหมือนในกลอนบทนั้นที่ว่า โคลนหนึ่งก้อน ปั้นเป็นเธอ หล่อเป็นฉัน ให้เราสองแตกหักไปด้วยกัน ใช้นํ้าปรับให้สมดุล แล้วอะไรอีกนะ…” ลั่วเสวี่ยพูด“เข้าใจไหม?” ลั่วเสวี่ยถามอวิ๋นตั่วมองฉงหรง ฉงหรงก็พยักหน้าอย่างซื่อสัตย์ “ถึงตอนนี้เขายังไม่แตะต้องเธอเลย อธิบายได้ว่ามีปัญหาอยู่สองอย่าง ถ้าร่างกายเขาไม่มีปัญหาเธอก็ไม่มีเสน่ห์ดึงดูด”บอกว่าตัวเองไม่มีแรงดึงดูด อวิ๋นตั่วทนไม่ได้ “ฉันจะไม่มีเสน่ห์ดึงดูดได้ยังไง?”ลั่วเสวี่ยประเมินอวิ๋นตั่วหัวจร