กองกำลังรั้งท้ายของซุนคังมอดม้วยลงด้วยน้ำมือของเว่ยอู๋เซี่ยน หยางเจียนี และสหายรบจนสิ้น บัดนี้ลูกหลานตระกูลใหญ่ที่ยังหยัดยืนบนสมรภูมิ เหลือเพียงขุมกำลังของจ้าวหนิงและเฉินอันจือเท่านั้น
องครักษ์วังหลวงปรากฏกายขึ้นบนเนินเขา เร่งลำเลียงร่างผู้บาดเจ็บสาหัสออกจากสมรภูมิ แน่นอนว่าร่างของซุนคังที่สิ้นสติจมกองเลือด ย่อมถูกหามออกไปด้วยเช่นกัน
เฉินอันจือสะบัดกระบี่ปราณร่ายรำเพลงดาบหมดจดงดงาม ก่อนหันไปเอ่ยกับจ้าวหนิง “เชิญพี่หนิง โปรดชี้แนะข้าสักหลายกระบวนท่าเถิด ข้าอยากประจักษ์แก่ตานักว่าแท้จริงแล้วฝีมือท่านลึกล้ำถึงขั้นใด”
จ้าวหนิงย่อมไม่ปฏิเสธ เขาควงทวนยาวทะยานร่างเข้าปะทะทันที
จ้าวหนิงรู้นิสัยอีกฝ่ายดี หลังเฉินอันจือถูกฟ่านอี้ชี้แนะจนตาสว่างว่าขุนนางบู๊อย่างซุนคังสมคบคิดกับขุนนางบุ๋นเพื่อรุมกินโต๊ะตนกับเว่ยอู๋เซี่ยน วิญญาณความยุติธรรมของอีกฝ่ายย่อมลุกโชนจนต้องออกหน้าทำลายแผนชั่วนี้ด้วยตนเอง
หากพวกเขาสามคนพลาดพลั้งในศึกชุลมุนเมื่อครู่ การประลองย่อมไม่บังเกิด ทว่าเมื่อสถานการณ์ล่วงเลยมาถึงขั้นนี้ ทุกคนยังมีกำลังวังชา ทว่าธงเหลืองแม่ทัพมีเพียงผืนเดียว เพื่อเกียรติยศและผลประโยชน์ของวงศ์ตระกูล