กินก็สะดวกแล้ว เธอดูสิ…” อวิ๋นเฉียวหยิบช้อนขึ้นมาตักหนึ่งคำ ในนั้นมีเนื้อสีชมพูอยู่จริงๆ ด้วย “เข้าปากแล้วละลาย เธอลองชิมสิ สดมากนะ”อวิ๋นตั่วหยิบช้อนขึ้น ขณะที่เตรียมจะกินนั้นอวิ๋นเฉียวก็พลันตะโกนเสียงดังลั่น “เดี๋ยวก่อน!”อวิ๋นตั่วตกใจมาก แล้วถามออกไปว่า “ทำไมคะ?”อวิ๋นเฉียวบอกว่า “พี่ถ่ายรูปก่อน จะได้มีหลักฐาน พออวี่เจ๋อถามพี่จะได้ตอบง่ายๆ ไงล่ะ”อวิ๋นตั่วรู้สึกขำเมื่อมองดูพี่ชายที่ใช้กล้องโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปโจ๊กหม้อดินทั้งซ้ายและขวา ยังไม่พอ เขายังให้อวิ๋นตั่วถือช้อนโพสต์ท่าอีกด้วย รอขนเขาถ่ายรูปเสร็จ พูดเสร็จแล้ว อวิ๋นตั่วถึงได้เริ่มกินอวิ๋นเฉียวส่งนามบัตรใบหนึ่งให้อวิ๋นตั่ว แล้วบอกว่า “พอเธอทานเสร็จแล้ว โทรไปเบอร์นี้นะ พวกเขาจะมาเก็บหม้อไป”“ตอนพี่กลับไป เอาไปด้วยไม่ได้เหรอคะ?”“พี่ยังมีธุระ ต้องไปก่อน”“พี่จะมีธุระอะไรได้คะ?”“ดูเธอพูดเข้าสิ พี่ชายของเธอก็มีธุระที่เป็นการเป็นงานนะ โอเคไหม?”อวิ๋นเฉียววิ่งออกนอกประตูไปขณะที่พูด เซียวเซียวกับจื่อเถิงก็ตามไปข้างหลัง “พี่อวิ๋นเฉียว รอพวกเราด้วย ขอติดรถพี่ไปด้วย”“พวกเธอก็เร็วๆ สิ”จื่อเถิงมือหนึ่งหยิบแฮมเบอร์เกอร์ มือหนึ่งถือแก้วโค้กแล้วตามออกไปธุระสำคัญที่อวิ๋นเฉียวบอก ก็คือการช่วยอวี่ซีทาสีห้องอวี่ซีรับช่วงต่อร้านนี้มาจากเพื่อนของเธอ ทำเลค่อนข้างดี แต่ห้องเก่าไปหน่อย เธอวางแผนว่าจะตกแต่งปรับปรุงใหม่สักหน่อย แต่ว่าเงินทุนมีจำกัดทำให้ต้อ