จนกระทั่งมาถึงหอพัก อวิ๋นเฉียวก็ปิดประตูอย่างไม่พูดไม่จา มีลั่วเสวี่ยโวยวายทุบประตูอยู่ที่ข้างนอกห้อง “เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ นี่มันห้องพักเรานะ!”อวิ๋นเฉียวแง้มประตู แล้วยื่นหน้าออกมา “มีเรื่องขัดแย้งภายในต้องจัดการนิดหน่อย พวกเธอเข้ามาไม่ได้ รออยู่ข้างนอกนั่นแหละ”เซียวเซียวชูรองเท้าในมือ ”แล้วรองเท้านี่ล่ะคะ?”อวิ๋นเฉียวรับรองเท้าไป “เอาล่ะ มีอะไรจะไปทำก็ไปได้แล้ว”จบคำ ประตูก็ปิดลงดัง „ปัง‟ลั่วเสวี่ยกับฉงหรงมองหน้ากัน จนถึงตอนนี้พวกเธอก็ยังสงสัยในสิ่งที่ตัวเองได้เห็น“คนที่อุ้มอวิ๋นตั่วมาเมื่อกี้นี้ใช้หลิวอวี่เจ๋อหรือเปล่า?” ลั่วเสวี่ยถาม“น่าจะใช่นะ?” ฉงหรงเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ“พวกเธอไม่รู้จักหลิวอวี่เจ๋อเหรอ?” เซียวเซียวถามลั่วเสวี่ย ”รู้จักน่ะก็รู้จักอยู่หรอก แต่ว่าเขาเกี่ยวข้องอะไรกับอวิ๋นตั่วล่ะ?”“พวกเธอไม่รู้เหรอ?” จื่อเถิงรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองได้รู้ “เขาเป็นครูสอนพิเศษของอวิ๋นตั่วมา 12 ปีแล้ว!”“อวิ๋นตั่วไม่เคยบอกเราเลยนะ”จื่อเถิงหันมองเซียวเซียว “เธอเก็บเงียบเหรอ?”อวิ๋นตั่วนั่งอยู่บนเตียง เมื่อถอดรองเท้าสเก็ตออกแล้ว เธอก็มองเท้าที่ได้รับบาดเจ็บของตัวเองที่ดูเหมือนจะบวมขึ้นมาอวิ๋นเฉียว ”คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าตระกูลอวิ๋นของเราจะมีฮีโร่หญิงที่ปณิธานแข็งแกร่งแม้ร่างกายจะไม่เอื้ออำนวยก็ตาม เธอกำลังคิดจะทำอะไรน่ะ นี่มันก็แค่งานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาใหม่ ถึงกับต้องเอาขาข้างหนึ่งของตั