พอถึงบ้าน คนที่จะเป็นบ้าก็คือชูยิน ลูกสาวที่แสนดีเพิ่งจะเข้าเรียนได้สัปดาห์เดียวก็โดนพี่ชายแบกกลับมาบ้านเสียแล้ว“เป็นอะไรไปน่ะ เกิดเรื่องอะไรขึ้น!” เธอวิ่งเหยาะๆ มาตลอดทาง แล้วประคองอวิ๋นตั่วให้ลงมาอยู่ข้างๆ อวิ๋นเฉียว“โดนไล่ออกแล้ว!” อวิ๋นเฉียวทำท่าทางเจ็บปวด“อะไรนะ?” ชูยินโวยวายใหญ่ “เพิ่งเรียนได้เดือนเดียวก็โดนไล่ออกแล้วเหรอ ลูกไปทำเรื่องไม่ดีอะไรเอาไว้? มหา‟ลัยนี้ไม่มีเหตุผลเกินไปแล้วคนที่ร้องโวยวายว่าจะรับพวกเราเข้าในตอนแรก วันนี้บอกจะไล่ออกก็ไล่ออกเลยเหรอ?”อวิ๋นตั่วตบหัวของอวิ๋นเฉียวเบาๆ “ปากสุนัขไม่อาจงอกงาออกมาได้*หรอกค่ะ”ชูยินร้อนใจจนยํ่าเท้า “มันเรื่องอะไรกันแน่?”“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ข้อเท้าของหนูบาดเจ็บ คุณหมอให้หนูกลับมาพักฟื้นสองวัน” อวิ๋นตั่วตอบ“อ้อ!” ชูยินโล่งอก แล้วก็ถามต่อทันทีว่า “รุนแรงหรือเปล่า?”“ไม่รุนแรงค่ะ” อวิ๋นตั่วตอบ“ถ้าไม่รุนแรงแล้วกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ยังไงล่ะ? ตัวเองพักผ่อนอยู่ที่มหา‟ลัยก็พอแล้ว แบบนี้จะเสียการเรียนเอานะ”พอคำพูดนี้ออกมา อวิ๋นเฉียวก็หัวเราะ “ดูสิ ผมพูดถูกไหมล่ะ นับวันน้องสาวจะยิ่งบอบบางอ่อนแอขึ้นเรื่อยๆ แล้ว”อวิ๋นตั่วมองคุณแม่ด้วยสายตาขุ่นเคือง “หนูเป็นลูกแท้ๆ ของคุณแม่หรือเปล่าคะ?”ชูยินหัวเราะแล้วพูดว่า “ก็ลูกแท้ๆ ไงถึงพูดแบบนี้ได้ เป็นลูกสาวของบ้านนี้จะอ่อนแอไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพอแต่งงานออกไปแล้วจะโดนแม่สามีดูถูก”อวิ๋นเฉียวแบกอวิ๋นตั่วเข