อยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นนายช่วยลาให้ฉันทีสิ ฉันจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านสักสองวัน”อวิ๋นตั่วโทรหาอวิ๋นเฉียว ให้เขามารับเธอที่มหา‟ลัยแล้วพากลับบ้าน อวิ๋นเฉียวรับโทรศัพท์แล้วก็รู้สึกแปลกๆ วันนี้ไม่ใช่วันอาทิตย์สักหน่อย ทำไมเธอถึงจะกลับบ้านล่ะ?“น้องสาว เธอถูกไล่ออกแล้วเหรอ?”“หนูให้พี่มารับ พี่จะพูดจาไร้สาระอะไรมากมาย?”“ก็เธอจะออกมาข้างนอกทั้งๆ ที่ไม่ใช่วันหยุดนี่ แถมยังไม่ให้พี่ถามเยอะอีก ไม่เห็นพี่อยู่ในสายตาเลยสินะ แต่ถึงแม้เธอจะไม่เห็นพี่อยู่ในสายตา แต่ก็น่าจะหาข้ออ้างเอาตัวรอดให้พี่บ้าง ถึงเวลาถ้าแม่ถามขึ้นมา แล้วจะให้พี่ตอบว่าอะไรล่ะ ถ้าเธอไปทำเรื่องแย่ๆ มา แบบนี้ก็เท่ากับพี่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยไม่รู้ตัวน่ะสิ!”“จู้จี้ชะมัด ก็หนูขาพลิก หมอบอกให้พักรักษาตัวนิ่งๆ”อวิ๋นเฉียวที่อยู่ปลายสายถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “พลิกได้ยังไงร้ายแรงหรือเปล่า?”“ไม่ร้ายแรงค่ะ”“ถ้าไม่ร้ายแรงก็ต้องอดทนนะ อย่าบอบบางไปหน่อยเลยน่า!”อวิ๋นตั่วโมโหจนแทบกระอักเลือดออกมา “พี่เป็นพี่ชายหนูแน่หรือเปล่าเนี่ย! หนูบาดเจ็บ พี่ไม่ห่วงเลยสักนิดเหรอคะ?”“โอเคๆๆ พี่จะไปรับเธอเอง!”“มาเงียบๆ นะคะ อย่าทำตัวเป็นจุดเด่นดึงดูดความสนใจคนอื่นนักล่ะ”อวิ๋นตั่วนึกถึงสไตล์ของพี่ชายตัวเองแล้วก็พูดกำชับไว้เป็นพิเศษอวิ๋นเฉียวเองก็เชื่อฟังที่คนเป็นน้องกำชับไว้ เขาขับเบนท์ลีย์สีดำเข้ามาในมหา‟ลัย จอดลงที่หน้าหอพักของอวิ๋นตั่วแล้วกดโทรหา “น