อวิ๋นตั่วเดินตามสือเหยียนมาจนกระทั่งถึงห้องเรียนของเธอ สือเหยียนถึงได้หยุดเดิน แล้วหันมาถามว่า “เธอจะเข้าเรียนกับฉันเหรอ?”อวิ๋นตั่วหัวเราะ “คลาสของเขาหรือเปล่า?”สือเหยียน “ไม่ใช่ วันนี้ไม่มีคลาสของเขา”เป็นคำตอบที่ทำเอาอวิ๋นตั่วผิดหวัง“ถ้ารีบขนาดนี้ทำไมไม่โทรหาเขาล่ะ?”“เรื่องสำคัญแบบนี้จะพูดผ่านโทรศัพท์ได้ยังไง ต้องพูดต่อหน้าเท่านั้นสิ”สือเหยียนส่ายหน้า “คนอย่างเธอนี่ แม้แต่มีความรักก็ยังทำอะไรโง่ๆ”อวิ๋นตั่วไม่พอใจ “คนฉลาดอย่างเธอ ฉันว่าตลอดชีวิตนี้คงไม่ทำเรื่องโง่ๆแน่”หมุนตัวกลับไป อวิ๋นตั่วก็เห็นตัวโชคร้ายอย่างเทียนอี้ยืนอยู่ข้างหลัง
เช่นนั้นก็พลอยทำให้เธอโมโหขึ้นมา ทำไมไปที่ไหนก็เจอแต่หมอนี่อยู่เรื่อยเลยส่วนเทียนอี้เองก็ช่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขายิ้มแป้นถามอวิ๋นตั่วว่า “ทำไมเธอมาอยู่นี่ล่ะ มาหาฉันเหรอ?”“มาหานายกับผีน่ะสิ!” อวิ๋นตั่วเตะขาเทียนอี้ก่อนที่จะวิ่งออกไปคนโดนเตะได้แต่กอดขาตัวเองร้องเสียงดังลั่น“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?”สือเหยียน “นายควรจะเข้าใจดีกว่าคนอื่นไม่ใช่เหรอว่าเกิดอะไรขึ้น?”พูดจบแล้วก็หันหลังเดินเข้าห้องเรียนไปอย่างสง่าผ่าเผยเทียนอี้เดินตามสือเหยียนเข้าห้องเรียน นั่งลงข้างหลังเธอ ก่อนที่จะเอาปากกาจิ้มหลังเธอเบาๆ “ไหนบอกมาสิว่าอวิ๋นตั่วโมโหเรื่องอะไร?”“นายไม่รู้เหรอว่าเมื่อคืนตัวเองทำอะไรไว้?”เทียนอี้รู้ดีแก่ใจ เขาจึงหัวเราะเก้อเขิน “ที่ฉันพูดก็เป็นความจริงนี่”สือ