ื่อนักแต่ถ้าเป็นว่าสือเหยียนมีเจตนาร้ายกับเทียนอี้นี่ยังจะน่าเชื่อเสียกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าเทียนอี้จะมีแผนการอะไรหรือเปล่าอยู่ดี ยังไงก็เป็นญาติกัน ถ้ารู้เรื่องแล้วไม่ยอมถามไถ่ เกิดอะไรขึ้นคงบอกป้าจ้าวเยว่ไม่ได้แน่ตอนที่อวิ๋นตั่วพาฉงหรงกับลั่วเสวี่ยไปถึงที่ร้านหมาล่าทั่งนั้น สือเหยียนก็ปลดปล่อยความเป็นตัวเองจนถึงที่สุดแล้ว เธอกำลังจับเถ้าแก่ อยากจะเต้นรำด้วยกันกับเขาไม่ว่าชีซิงห้ามจะอย่างไรก็เอาไม่อยู่ พอเห็นพวกอวิ๋นตั่วเข้ามา เขาก็ถอนหายใจออกมายาวๆ “พอเมาแล้วก็บ้าแบบนี้ไปเลย พี่จัดการอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง”อวิ๋นตั่วมองเทียนอี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ “นายเป็นคนมอมเธอเหรอ?”เทียนอี้ไม่สำนึกผิดเลยสักนิด “ดื่มแล้วมีความสุขก็ดื่มต่ออีกสักแก้วสองแก้วสิ พวกเธอไม่ต้องห่วงหรอก ฉันจะไปส่งเอง”อวิ๋นตั่วหยิบตะเกียบขึ้นมาโยนใส่เทียนอี้ “สือเหยียนไม่เคยดื่มมาก่อนนายมอมเธอแบบนี้มีจุดประสงค์อะไรกัน?”“ฉันจะไปมีจุดประสงค์อะไรล่ะ ฉันแค่อยากเลี้ยงข้าวขอบคุณที่เธอช่วยลอกการบ้านก็เท่านั้น จะไปรู้ได้ยังไงว่าเธอไม่เคยดื่ม?”“ยังจะมาปากแข็งอีก! กล้าพูดไหมล่ะว่าไม่ได้แอบคิดร้ายอะไร?” อวิ๋นตั่วมองจานชามที่วางอยู่บนโต๊ะ พอไม่มีอะไรให้โยนได้ เธอก็จำใจต้องเหนื่อยใช้มือตัวเอง กำปั้นหนักๆ ที่กระทบตัวทำให้เทียนอี้เจ็บจนต้องร้องออกมา“คนเรียนเทควันโดมาทำไมนึกจะตีก็ดี?ถ้าฉันเป็นอะไรไปจะทำยังไง?”“มานี่เลย! มาแบก