สือเหยียนเลย!” อวิ๋นตั่วสั่งเทียนอี้เทียนอี้เองก็ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ เขาแบกสือเหยียนแล้วเดินไปทางมหา‟ลัยชีซิงเดินตามมาข้างหลัง “เป็นไงบ้าง จัดการได้ไหม ให้ช่วยหรือเปล่า?”อวิ๋นตั่ว “ไม่เป็นไรค่ะ เรามีกันตั้งสี่คน”แบกสือเหยียนเดินไปได้ไม่ถึง 10 นาที เขาก็เริ่มบ่นขึ้นว่า ”ไม่คิดเลยว่าจะหนักขนาดนี้ เห็นตัวผอมๆ แท้ๆ””สมนํ้าหน้า!”“พวกเธออย่าเอาแต่มองสิ เข้ามาช่วยพยุงสักหน่อยก็ยังดี!”“ฝันไปเถอะ!”เมื่อได้ยินแบบนั้น เทียนอี้ก็หยุดฝีเท้า ปล่อยมือ จนสือเหยียนเลื่อนจากหลังเขาไปอยู่ที่พื้นอวิ๋นตั่วตกใจจนหลุดอุทานออกมาเสียงดัง แล้วจึงรีบเข้าไปช่วยพยุงสือเหยียนพร้อมกับฉงหรงลั่วเสวี่ยทันที“ทำไมนายทำแบบนี้?” เธอโมโหแต่อีกฝ่ายเพียงแค่หัวเราะ ”เธอไม่สงสารฉัน ก็สงสารลูกพี่ลูกน้องของเธอคนนี้บ้างสิ ยังไงก็เป็นญาติกันนี่”อวิ๋นตั่วรู้ว่าเทียนอี้อยากจะแกล้ง ไม่มีเหตุอะไรที่ต้องพูดอธิบาย เธอไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยอะไรกับเขา จึงช่วยกันกับฉงหรงประคองสือเหยียนกลับหอพักไป