ะเชื่อมกันเป็นเครือข่ายมันเชื่อมกันกับถนนทั้งเส้นเลยเหรอ?” เป็นครั้งแรกที่สือเหยียนมาเดินที่ถนนนี้ ราวกับได้พบโลกใหม่“เป็นไอเดียของหลิวอวี่เจ๋อน่ะ เธอไม่เห็นเหรอว่าพ่อค้าแม่ขายทั้งถนนทำกับเขาเหมือนเป็นพระเจ้าเลย?”เทียนอี้ส่งปิ้งย่างให้สือเหยียนหนึ่งไม้ “จะกินหรือเปล่า?”สือเหยียนส่ายหน้ารัวๆ ส่ายหน้าไปก็ขมวดคิ้วไปด้วย ทำเอาเทียนอี้ไม่พอใจ “คิดว่ามันจะมียาพิษหรือไงกัน? ทำไมต้องคิดเยอะอะไรขนาดนั้น ดูอย่างอวิ๋นตั่วสิ ยังไม่เห็นจะคิดอะไรมากมายเหมือนเธอเลย”“อย่าเอาฉันไปเปรียบเทียบกับอวิ๋นตั่ว!” สือเหยียนเองก็เริ่มไม่พอใจ“เธอนี่น่าเบื่อจริงๆ เขาแย่กว่าก็ดูถูกเขา พอเขาดีกว่าก็อิจฉาเขา”เทียนอี้ยังสั่งเบียร์มาอีกสองขวด แถมยังถามสือเหยียนตามมารยาทอีกด้วย “เธอดื่มหรือเปล่า?”สือเหยียนส่ายหน้า“ออกมากินข้าวกับเธอนี่ไม่สนุกเลย อันนี้ก็ไม่กิน อันนั้นก็ไม่ดื่ม ที่เธอบอกว่าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอะไรนั่นน่ะคือการทำโจทย์ทั้งวันเลยเหรอไง?”ความคิดของสือเหยียนตีกันวุ่น จากนั้นเธอก็หยิบแก้วแบบใช้ครั้งเดียวส่งไปตรงหน้าเทียนอี้ “เทให้ฉันแก้วหนึ่ง”ใบหน้าเทียนอี้เปื้อนรอยยิ้มเมื่อแผนชั่วสำเร็จ เธอยื่นแก้วที่ใส่เบียร์จนเต็มไปให้สือเหยียนสือเหยียนจิบไปนิดเดียว แต่เทียนอี้ก็พูดยุขึ้นอีกว่า “เบียร์น่ะต้องดื่มอึกใหญ่ๆ ถ้าดื่มแบบนี้เธอจะรู้สึกว่ามันดื่มยากถ้าดื่มอึกใหญ่ๆ ก็จะดื่มได้สบายๆ”เมื่อได้ยินแบบนั้น สือเหยียน