ะกูลออกจากกองเพลิง จนไร้กะจิตกะใจจะจับสายอาวุธสู้รบอีกต่อไป
บางกลุ่มเห็นท่าไม่ดีจึงเร่งทะยานหนีตายออกไปรอบนอก ทว่าทัพผสมตระกูลจ้าวและตระกูลเว่ยได้กางตาข่ายเพลิงปิดล้อมไว้เป็นวงกว้าง บีบมิให้ผู้ใดฝ่าวงล้อมออกไปได้โดยง่าย
ขณะเดียวกัน จ้าวหนิง เว่ยฉงซาน และพรรคพวกที่คุมเชิงอยู่รอบนอก ก็เริ่มถอนตัวจากการปะทะ พวกเขาจับกลุ่มสามห้าคน คอยดักสับสังหารผู้ที่สะบักสะบอมตีฝ่าวงล้อมออกมา
สมรภูมิบัดนี้โกลาหลจนถึงขีดสุด
เหล่ายอดฝีมือองครักษ์เสื้อแพรที่เร้นกายในเงามืดมาตลอด บัดนี้จำต้องปรากฏตัว พวกเขาพุ่งทะยานเข้าช่วยเหลือลูกหลานตระกูลใหญ่ที่ถูกไฟคลอก หรือผู้ที่สลบไสลเพราะสำลักควันออกมาอย่างเร่งด่วน
ด้วยตบะบารมีอันแกร่งกล้า ต่อให้สองมือหิ้วปีกคนไว้ ก็ยังทะยานร่างเหินเวหาดุจพญาอินทรี เพียงไม่กี่อึดใจก็โฉบกลับมาช่วยเหลือผู้คนต่อ ขันทีเฒ่าเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อย การรับมือกับวิกฤตเพียงเท่านี้ย่อมไร้ซึ่งความกดดัน
ทว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ถูกหิ้วปีกออกไป ล้วนถูกตัดสินให้ ‘สิ้นสภาพ’ ในการซ้อมรบทันที
ถึงจุดนี้ ซุนคังกระจ่างแจ้งแก่ใจว่าไม่อาจดันทุรังรบพุ่งต่อไปได้ หาไม่แล้วคงได้ฝังกลบกระดูกตายตกตามกันไปทั้งหมดแน่ คว