เพียงลืมตา ซุนคังก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตระลอกคลื่น แม้ลูกหลานตระกูลขุนนางบุ๋นจะปั้นหน้าสรวลเสเฮฮา ท่าทีจับกลุ่มสนทนาแลดูเป็นธรรมชาติ ทว่าแท้จริงกำลังคืบคลานตีวงล้อมคนของเขาทั้งยี่สิบกว่าชีวิตอย่างเงียบกริบ
สันหลังของคุณชายตระกูลซุนเย็นวาบ ใบหน้าหล่อเหลาพลันซีดเผือด
ชั่วอึดใจเขากระจ่างแจ้งแก่ใจทันที ว่าสวะขุนนางบุ๋นพวกนี้มุ่งหมายสิ่งใด
ข้างกายเขายามนี้เหลือเดนตายไม่ถึงสามสิบชีวิต ทว่าศัตรูกลับกำขุมกำลังถึงแปดกลุ่ม พรั่งพร้อมด้วยศักยภาพที่จะกลืนกินพวกเขารวดเดียวจบสิ้น
พวกมันเตรียมลงดาบแล้ว
วิกฤตจวนตัวดุจมีดจ่อคอหอย
กระนั้นซุนคังหาได้ผลีผลาม เขารู้ซึ้งว่าหากแสดงอาการต่อต้านแม้เพียงเสี้ยว ย่อมกลายเป็นชนวนเหตุให้สุนัขลอบกัดพวกนั้นเปิดฉากสับสังหารทันควัน
เขาเร่งรีดเค้นสมองหาวิธีพลิกกระดานหนีตาย ทว่า…
ยังไม่ทันริเริ่มแผนการ เสียงตวาดกร้าวของสวีจือสวินก็ฉีกกระชากความเงียบ “ลงมือ”
หลังบัญชาการค่ายกลโอบล้อม สวีจือสวินก็จับจ้องซุนคังไม่วางตา รอเพียงวงล้อมปิดตายก็จะเปิดฉากล้างเลือด ส่วนตัวเขาเตรียมนักฆ่าตระกูลสวีบุกทะลวงเด็ดหัวซุนคัง ผู้เป็นหอกข้างแคร่อันตรายที่สุด
ด้วยเหตุนี้ แม้ซุนคังยังไม่ทันชักดา