บ ทว่าสีหน้าที่แปรผันก็ถูกสวีจือสวินอ่านออกทะลุปรุโปร่ง เมื่อล่วงรู้ว่าเป้าหมายไหวตัวทัน เกาทัณฑ์ขึ้นสายมีหรือจะรั้งรอ เขาจึงตวาดก้องสั่งเปิดฉากล้างบางก่อนกำหนดทันที
“สวีจือสวิน แกคิดจะทำอันใด”
การชิงเปิดศึกสายฟ้าแลบทำเอาซุนคังตั้งตัวไม่ติด เขาผุดลุกขึ้นแผดเสียงตวาดกร้าว หมายงัดคุณธรรมจอมปลอมมาถ่วงเวลา “กองกำลังตระกูลจ้าวยังลอยนวล แกคิดจะเปิดศึกสายเลือด ประเคนโอกาสให้พวกมันหรือไร”
กลองรบเชิดขึ้นแล้ว มีหรือสวีจือสวินจะนำพาวาจาของซุนคัง กระบี่ยาวตวัดพุ่งทะยานดุจสายฟ้า “เหยียบพวกแกจมดินเสร็จ คุณชายเช่นข้าค่อยพลิกมือบดขยี้จ้าวหนิงก็ยังไม่สาย ธงเหลืองบนเขาชางยวินต้องตกเป็นของตระกูลขุนนางบุ๋นแต่เพียงผู้เดียว”
เขากุมขุมกำลังถึงแปดกลุ่ม ส่วนจ้าวหนิงเหลือสุนัขรับใช้เพียงเจ็ดแปดตัว ต่อให้รวมกับเศษเดนของซุนคัง ก็ยังไม่ถึงครึ่งของทัพขุนนางบุ๋น ภายใต้กระดานหมากที่ได้เปรียบสุดกู่ สวีจือสวินผยองว่าตนคือจ้าวสมรภูมิ ไม่ว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลาย เขาก็คือผู้กำชัยที่ไร้พ่าย
ซุนคังแค้นจนแทบกระอักเลือด ลอบสบถด่าโคตรเหง้าบรรพบุรุษสวีจือสวินไปสิบแปดชั่วโคตร ทว่าเมื่อเผชิญวงล้อมมรณะ เขาทำได้เพียงร่ายรำศาส