ี่จะอยู่ในบริษัท สู้ออกมาทำคนเดียวจะดีกว่า เพื่อนที่เปิดร้านคนหนึ่งของฉันจะไปต่างประเทศ ร้านนั้นของเธอก็เลยจะเซ้งต่อ ฉันอยากจะเอามาทำร้านตัดเย็บเสื้อผ้า แต่ว่า……”ท้ายประโยคยังไม่ทันจะหลุดจากปาก เขาก็เดาได้เลยว่าต้องเกี่ยวกับเรื่องเงินแน่ อวี่ซีทำงานยังไม่ถึงสองปี อีกทั้งยังใช้จ่ายมือเติบ แน่นอนว่าจะต้องไม่มีเงินเก็บอยู่ ตอนนี้เมื่อคิดอยากจะออกมาทำธุรกิจคนเดียว แม้แต่เงินทุนเริ่มต้นก็ยังไม่มี“ต้องการเงินเท่าไหร่?”“พี่นี่เก่งจริงๆ เลยนะ ทายถูกด้วยว่าฉันอยากได้อะไร”“ยังจะต้องทายอีกเหรอ?”อวี่ซีแบมือข้างหนึ่งออกไปอย่างอายๆ “ห้าหมื่น?” อวี่เจ๋อถาม“ฉันเพิ่งชมพี่ไปพี่ก็ทำขายหน้าเลย เดี๋ยวนี้ห้าหมื่นจะไปทำอะไรได้ล่ะคะแม้แต่ที่สิบตารางเมตรในร้านทำเลทองยังเช่าไม่ได้เลย ห้าแสนค่ะ!”“มากขนาดนั้นเลยเหรอ?” อวี่เจ๋อตกใจ“ไม่เยอะหรอกค่ะ นี่ก็พยายามลดต้นทุนสุดๆ แล้วนะ”“ถ้าพี่ลงทุนไป แล้วเมื่อไหร่ถึงจะได้ทุนคืน?”“พี่ต้องมองการณ์ไกลสิคะ ฉันจะถือว่าพี่เป็นผู้ถือหุ้น ทุกปีก็จะปันผลกำไรให้”“เธอหมายถึงจะให้พี่ร่วมรับกำไรขาดทุนด้วยกันงั้นเหรอ?”“ฉันอยากจะทำแบรนด์ของตัวเอง ถ้าทำออกมาได้จริง พี่ก็จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เลยนะคะ”“มั่นใจในตัวเองมากเลยนะ”“แล้วสรุปแล้วจะลงทุนไหมคะ?”“เธอเล่นตัดสินใจมาก่อนจะถามความเห็นพี่แบบนี้ พี่ยังมีทางเลือกอีกเหรอ?”“ขอบคุณค่ะ” อวี่ซียื่นสองมือออกไป คลี่ยิ้มมองพี่ชาย “เอามาสิคะ”“อะ