เมื่ออวิ๋นตั่วกลับถึงหอพัก ลั่วเสวี่ยก็กำลังจมปลักอยู่กับความทุกข์ เธอถอนใจพร้อมกับครํ่าครวญออกมาพอฉงหรงเห็นอวิ๋นตั่วก็เหมือนได้เห็นผู้ช่วยชีวิต “เธอกลับมาก็ดีแล้วตอนออกไปลั่วเสวี่ยยังดีอกดีใจอยู่เลย พอกลับมาเธอก็เปลี่ยนเป็นแบบนี้ซะแล้ว”อวิ๋นตั่วเดินไปตรงหน้าลั่วเสวี่ย “เป็นอะไรไปล่ะ?”“พวกเราไม่ต้องแข่งกันแล้ว เขามีแฟนแล้วล่ะ” ลั่วเสวี่ยพูด“เหรอ? บังเอิญจริงๆ ฉันก็มีแฟนแล้วเหมือนกัน”ฉงหรงตบไหล่อวิ๋นตั่ว “เวลาแบบนี้ อย่าไปยั่วโมโหเธอสิ”“ฉันพูดความจริงนะ” อวิ๋นตั่วพูดลั่วเสวี่ยฉุนขึ้นมาทันที “ใช่สิ เธอมีแฟนแล้ว แล้วยังจะตามมาประสมโรงทำไม! ถ้าเธอไม่พูดว่าแสดงความสามารถเหมือนแปดเซียนข้ามทะเลอะไรนั่นฉันก็คงไม่รีบให้พี่สาวฉันนัดเขามาทานข้าวหรอก ถ้าฉันไม่รีบนัดเขามาทานข้าวเร็วขนาดนี้ ฉันก็คงไม่รู้หรอกว่าเขามีแฟนแล้ว ถ้าฉันไม่รู้ว่าเขามีแฟน ฉันก็ยังจินตนาการถึงอนาคตอย่างมีความสุขได้ไม่ใช่เหรอ?”“มีคำกล่าวไว้ว่า รีบตายจะได้รีบเกิดใหม่ไง?” อวิ๋นตั่วพูดยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นว่าฉงหรงกับลั่วเสวี่ยต่างก็มองเธอ เช่นนั้นเธอจึงรีบร้อนอธิบายว่า “อาจจะเปรียบเทียบได้ไม่ค่อยเหมาะ แต่ฉันหมายความว่าเจ็บสั้นดีกว่าเจ็บยาวนะ ในเมื่อเขามีแฟนแล้วพวกเราก็รีบตัดใจ หาอีกครึ่งหนึ่งที่เหมาะกับเรา ไม่ต้องไปเสียเวลากับเขาแล้ว”“อวิ๋นตั่วพูดถูก!”“ถูกน่ะมันก็ถูก!” ลั่วเสวี่ยร้องขึ้นมา “พวกเธอรู้ไหมว่าแฟนเขาเป็นคนโง่ ไม่น