เบา ๆ ก่อนจะพูดอย่างเฉยเมยว่า “ขอบคุณท่านเสวี่ยเยว่ที่เป็นธุระให้”
“นี่คงจะเป็นเหมยเอ๋อร์สินะ งามจริง ๆ ไม่แปลกใจที่ทำให้ศิษย์หูอี้หลงใหลได้ขนาดนี้” เสวี่ยเยว่กล่าวชมเชยขณะมองเหมยเอ๋อร์
“ท่านเสวี่ยเยว่” ท่านยายหลิวก้าวมาขวางหน้าเหมยเอ๋อร์ ก่อนจะพูดอย่างเฉยเมยว่า “เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ก่อนหน้านี้หูอี้เคยมาทาบทามแม่นางของข้ามาแล้ว น่าเสียดายที่เรื่องนี้ไม่สามารถฝืนใจกันได้ รบกวนท่านเสวี่ยเยว่ช่วยพูดเกลี้ยกล่อมศิษย์หูอี้ด้วย”
“ท่านยาย หูอี้เป็นศิษย์อัจฉริยะของสำนักใน อยู่ในการแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับเจ็ด แถมยังมีท่านหูให้ความช่วยเหลือ อนาคตไกลแน่นอน ถ้าเหมยเอ๋อร์ยอมแต่งงานกับเขา ก็จะได้ออกจากที่ซอมซ่อนี้ไปใช้ชีวิตสุขสบาย” เสวี่ยเยว่เริ่มพูดจาหว่านล้อม
“ขอบคุณท่านเสวี่ยเยว่ที่หวังดี แต่พวกข้าเจ้านายบ่าวชินกับชีวิตแบบนี้แล้ว แถมแม่นางก็ไม่ได้ชอบพอกับศิษย์หูอี้ กลัวว่าจะทำให้ท่านเสวี่ยเยว่เสียเที่ยวเปล่า ๆ ข้าต้องขอโทษท่านด้วย”
“ไม่ได้ชอบ? หรือว่าโดนไอ้เด็กนั้นมันหลอกล่อไปแล้ว?” ในตอนนี้หูอี้มองเห็นหลี่ลี่ที่อยู่ในลานบ้าน สีหน้าของนางก็จึงบึ้งตึงขึ้นมาทันที
“ใช่ หลี่ลี่กับแม่นางเคยมีใจให้กันมาก่อน ตอนนี้ก็รักกันดีแล้ว ท่านเลิกคิดเสียเถอะ!” ท่านยายหลิวกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“แค่ศิษย์สำนักนอกริอ่านจะมาแย่งกับข้า?” ดวงตาของหูอี้เปล่งประกายเย็นชา กล่าวอย่างหยิ่งยโส “แค่ลักลอบคบกัน ข้าใจ