อวิ๋นตั่วนั่งลงตรงที่ลั่วเสวี่ยเพิ่งลุกออกไปเมื่อครู่นี้ พอเห็นอาหารวางระเการะกะเต็มโต๊ะ เธอก็รู้สึกไม่สบายใจ “พวกพี่ก็มีแค่สี่คน ทำไมกินเยอะขนาดนี้ล่ะคะ ไม่รู้จักเหลือไว้ให้หนูบ้างเลย”อวี่เจ๋อนั่งลงข้างๆ อวิ๋นตั่ว แล้วถามว่า “เธอไปหลบอยู่ใต้โต๊ะทำไม?”อวิ๋นตั่วอํ้าอึ้ง ไม่รู้จะตอบอะไรดี จู่ๆ ท้องของเธอก็ร้องขึ้นมา เธอมองอวี่เจ๋อแบบเก้อเขินแล้วพูดว่า “หนูหิวแล้วค่ะ”“งั้นเดี๋ยวพี่พาเธอไปหาอะไรกิน”อวี่เจ๋อยืนขึ้น เมื่อเห็นอวิ๋นตั่วยังนั่งอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน จึงถามว่า“เป็นอะไรไปล่ะ?”“กินหม้อไฟที่นี่ไม่ได้เหรอคะ?”“เธอดูเวลาสินี่กี่โมงแล้ว?”อวิ๋นตั่วมองดูนาฬิกา ก็เห็นว่าเป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว“พวกเราเดินไปด้วยกินไปด้วย พอถึงมหา‟ลัย เธอก็กินอิ่มพอดี” อวี่เจ๋อพูดอวิ๋นตั่วถือเนื้อย่างเสียบไม้ อีกมือหนึ่งถือเครื่องดื่ม เดินอยู่ข้างอวี่เจ๋อ ทำให้เป็นที่สนใจของร้านอาหารตามถนน“อาจารย์หลิว นี่แฟนเหรอ”“ใช่ครับ”“แฟนสวยมากเลยนะ!”อวิ๋นตั่วได้ยินแล้วก็รู้สึกปลื้มใจเหมือนดอกไม้ที่ผลิบาน ยิ้มให้เจ้าของร้านที่ชมเธอ อวี่เจ๋อจับหัวเธอให้หันมา แล้วพูดเสียงตํ่าว่า “อย่าหลงระเริงไปกับคำชม”“หนูเปล่าซะหน่อย”“พี่ยังไม่สอบสวนเธอเลย เธอไปหลบอยู่ใต้โต๊ะทำไม?”“เรื่องนี้ให้มันผ่านไปเถอะนะคะ?” อวิ๋นตั่วเจรจา“บอกคนอื่นไม่ได้เหรอ?”“ก็ไม่ใช่หรอกค่ะ”“แล้วทำไมถึงพูดไม่ได้ล่ะ?”“ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูก็แค่บอกพี่เฉ