ลั่วเสวี่ย “คืนพรุ่งนี้ที่ฟู๊ดสตรีทข้างๆ มหา‟ลัย ร้านหม้อไฟเจ็ดรส รู้จักร้านหม้อไฟเจ็ดรสไหม? เป็นร้านของเพื่อนสนิทที่สุดสองคนของอวี่เจ๋อล่ะตอนแรกพวกเขาเป็นนักศึกษามหา‟ลัย แล้วก็เคยสร้างบริษัทกันมาด้วย ที่พาฉันไปกินที่นั่น นั่นก็หมายความว่ายังไงรู้หรือเปล่า?”ไม่รอให้เพื่อนตอบ เธอก็พูดต่อทันที “หมายความว่าเขาอยากจะแนะนำฉันให้เพื่อนๆ รู้จัก รู้ถึงความสัมพันธ์ของเราน่ะสิ”“หลิวอวี่เจ๋อรู้หรือเปล่าว่าเธอเป็นใคร? แนะนำให้เพื่อนของเขารู้จัก รู้ความสัมพันธ์ของพวกเธองั้นเหรอ?” อวิ๋นตั่วพูดด้วยความไม่พอใจ“จะไม่รู้ได้ยังไงล่ะ เขารู้ว่าฉันชื่อเหอลั่วเสวี่ย พี่สาวของฉันชื่อเหอลั่วจู”“แค่ชื่อก็ตัดสินว่าเขาชอบเธอแล้วงั้นเหรอ?” อวิ๋นตั่วถามลั่วเสวี่ยลองมาคิดๆ ดูแล้วก็รู้สึกว่าการที่พูดแบบนี้มันค่อนข้างจะฝืนๆไปหน่อย “เราเคยเจอกันที่ห้องสมุดแล้วไม่ใช่หรือไง? แค่เห็นฉันก็รู้แล้วว่าเขาต้องประทับใจฉันมากแน่ๆ”ฉงหรง “เธอแน่ใจเหรอว่าเป็นความประทับใจดีๆ น่ะ?”อวิ๋นตั่วนึกถึงหนังสือเล่มนั้นแล้วก็เผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา“ฉันว่าเธอมองโลกในแง่ดีไปหน่อยนะ ที่เขาไปกินข้าวกับเธอก็เพราะเห็นแก่หน้าของพี่สาวเธอเท่านั้นคิดเป็นตุเป็นตะได้ขนาดนี้ ไม่น่าเรียนวารสารเลย อย่างเธอน่าจะไปเรียนอักษร ในอนาคตคงเขียนนิยายดีๆ ได้สักเล่ม” ฉงหรงว่า“ฉันไม่คุยกับพวกเธอแล้ว คนอย่างพวกเธอน่ะขี้อิจฉา!”ลั่วเสวี่ยตื่นเต้นดีใจกับดินเนอร์ในวันพร