ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมายืนอยู่ข้างหลัง พวกเธอนั่งยองๆ กันเป็นกลุ่ม ขวางทางเดินเสียแล้ว“เธอๆ รบกวนหลีกทางหน่อยได้ไหม?”พอทั้งสามคนรู้ตัวว่ายึดครองทางเดินไว้ก็ย้ายตัวไปด้านข้าง ให้นักศึกษาชายคนนั้นเดินผ่านไปฉงหรงมองอวิ๋นตั่วกับลั่วเสวี่ยแล้วโบกมือ ทั้งสามคนขยับไปด้านขวาสุดของชั้นหนังสืออย่างลับๆ ล่อๆ มองเห็นอวี่เจ๋อนั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างๆ หน้าต่างบานใหญ่ลั่วเสวี่ยจับมืออวิ๋นตั่วไว้แน่น จับจนมือเธอแดงแล้ว “ทำไงดี ฉันตื่นเต้นจัง!”“ตื่นเต้นอะไร?” อวิ๋นตั่วรู้สึกไม่เข้าใจ“เธอว่าถ้าฉันเข้าไปทักทายเขา แล้วเขาจะทำยังไง?”อวิ๋นตั่วกะพริบตาแล้วพูดว่า “เธอชอบเขาเหรอ?”“ไม่ได้หรือไง?”“ถ้าเขามีแฟนแล้วล่ะ?”“เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันสืบมาจากพี่สาวฉันแล้ว เขาไม่มีแฟน พี่สาวฉันเป็นผู้ช่วยสอนเขามาหนึ่งปีแล้ว ไม่เคยเห็นเขาพาแฟนคนไหนมาเที่ยวเลย”“มันก็ไม่แน่หรอกนะ เมื่อก่อนไม่มี ก็ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้จะไม่มีนี่” อวิ๋นตั่วพูด“อย่าทำลายความหวังฉันสิ เรามาตกลงกัน หลิวอวี่เจ๋อเป็นของฉัน พวกเธออย่ามาแย่งฉันนะ” ลั่วเสวี่ยพูด“วางใจเถอะ คนนี้ไม่ใช่สไตล์ฉันหรอก” ฉงหรงพูดลั่วเสวี่ยมองอวิ๋นตั่วแล้วถามว่า “อวิ๋นตั่ว เธอล่ะ?”นี่เป็นการบังคับให้อวิ๋นตั่วแสดงท่าที อวิ๋นตั่วหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า“ต่างคนต่างแสดงความสามารถก็แล้วกัน”“เธอหมายความว่ายังไง?”“ฉันก็ถูกใจเขามากเหมือนกัน”ลั่วเสวี่ยกัดริมฝีปาก ร้อนใจจนเกือบร้องไห้“เธอมีน