ความหมายแฝงในคำพูดนั้นก็คือ ตอนที่อวิ๋นตั่วอยู่มัธยมไม่ได้ยุ่งอยู่กับการเรียน สนใจแต่เรื่องความรักฉงหรงฟังออกว่าคำพูดของสือเหยียนนั้นแฝงความเหน็บแนมอยู่ เธอจึงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี บรรยากาศในหอพักพลันตึงเครียดและแปลกไปทันทีลั่วเสวี่ยอยากทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น เธอจึงหัวเราะออกมาพลางพูดกับสือเหยียนว่า “สือเหยียน ได้ยินว่าอาจารย์ห้องเธอคือหลิวอวี่เจ๋อเหรอ!”พอลั่วเสวี่ยพูดคำว่าหลิวอวี่เจ๋อ หัวใจของเธอก็เต้นแรงโดยไม่รู้ตัว“จริงเหรอ ฉันยังไม่รู้เลย?” สือเหยียนยังพูดด้วยนํ้าเสียงเรียบๆ“เธอยังนิ่งสงบได้อยู่อีกเหรอ รู้ไหมว่าหลิวอวี่เจ๋อคือใคร? เขาอาจจะเป็นศาสตราจารย์ที่อายุน้อยที่สุดในปัจจุบันนี้แล้วก็ได้นะ ได้ยินมาว่าตอนนี้เขาเป็นที่ปรึกษาโปรเจคสมาร์ตซิตี้ของรัฐบาลเมืองด้วยนะ นักศึกษาหญิงหลายคนหลงเขามากเลยล่ะ!” ลั่วเสวี่ยพูดอวิ๋นตั่วเบิกตาโพลง “เป็นที่นิยมมากของนักศึกษาหญิงเหรอ?”เรื่องนี้อวี่เจ๋อไม่เคยพูดถึงเลย ทำไมเขาไม่พูดล่ะ กลัวเธอหึงเหรอ หรือว่ากลัวเธอไม่ไว้ใจ หรือรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ?“แน่นอน วันหลังฉันจะพาเธอไปหาเขา หน้าตาหล่อเหลา ความรู้ก็ลึกซึ้งทั้งตัวมีกลิ่นอายของตำราที่หนาวยะเยือก น่าดึงดูดใจมากเลยล่ะ!” ลั่วเสวี่ยพูด“เธอรู้จักเขาเหรอ?”“พี่สาวของฉันเป็นลูกศิษย์ของเขา เธอละทิ้งงานดีๆ เพื่อเขาเลยนะ อยู่เป็นผู้ช่วยสอนของเขาที่มหา‟ลัย เธอบอกว่าตอนเขาเข้