้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกท่าทางของเธอราวกับคนที่เพิ่งรอดชีวิตจากภัยพิบัติร้ายแรง ยกมือตบอกตัวเองเบาๆ “ตกใจแทบแย่!”เทียนอี้ “บอกแล้วไงว่ามันง่ายนิดเดียว”จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหึ่งๆ อวิ๋นตั่วที่ยืนอยู่บนกำแพงนั้นแยกไม่ออกว่าเสียงอะไร เมื่อได้ยินแล้วก็เกิดกลัวขึ้นมา“นายได้ยินไหม เสียงอะไรน่ะ?”เทียนอี้พยายามตั้งใจฟัง เริ่มรู้สึกว่าท่าไม่ดีแล้ว เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นผึ้งเป็นฝูงกำลังบินมาทางพวกเขา“ทำไมถึงได้มีผึ้งเยอะขนาดนี้ล่ะ?” ในที่สุดอวิ๋นตั่วก็รู้ที่มาของเสียงแล้ว หัวใจของเธอเริ่มเต้นรัวที่จริงแล้วขณะที่ทั้งสองกำลังเคลื่อนที่อย่างยากลำบากบนกำแพงนั้น ได้ไปรบกวนเจ้าผึ้งพวกนี้เข้า พวกมันรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองถูกรบกวน ก็เลยโมโหแล้วบินเข้ามาโจมตีคนทั้งคู่“กระโดด!” เทียนอี้ร้องออกมาโดยไม่เสียเวลาคิดอวิ๋นตั่วมองด้านล่างแล้วก็ไม่เห็นไอ้เนินดินอย่างที่เทียนอี้เคยบอกไว้“สูงขนาดนี้เนี่ยนะ!”ขณะที่เทียนอี้พูด เหล็กในของผึ้งตัวหนึ่งก็ต่อยเข้าที่ใบหน้าของเขาอวิ๋นตั่วมองผึ้งที่หน้าของอีกฝ่ายแล้วก็หัวเราะออกมา “ฮ่าๆ นายถูกต่อยแล้ว!”เทียนอี้ “ยังจะมาหัวเราะฉันอีก! คิดว่าตัวเองจะไม่เป็นอะไรหรือไง?”จู่ๆ อว็นตั่วก็รู้สึกถึงความเจ็บขึ้นมา จนทำให้เธออดรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่ได้อวิ๋นตั่วหันไปกระโดดลงจากกำแพง โชคดีที่ยังพอมีทางลาด แต่ก็ไม่ได้นุ่มอย่างที่เทียนอี้บอกไว้ ยังดีที่เธอกระโดดลงไปแล้วยืนได้มั่นคงทั้งสองรี