อาหารที่นายแนะนำมีแต่ไม่น่าเชื่อถือ”“ครั้งนี้ของจริงนะ” เทียนอี้รู้สึกว่าไม่ว่ายังไงก็จะไม่ทำให้อวิ๋นตั่วดูถูกอีก ถ้าทำให้เธอปักใจว่าเขาเชื่อถือไม่ได้ไปซะทุกเรื่อง แบบนั้นก็จบเห่แล้วพอคิดได้แบบนี้ เขาก็ต้องดึงอวิ๋นตั่วไปที่ร้านนั้นให้ได้ร้านอาหารไม่ใหญ่โต ตกแต่งได้ค่อนข้างเรียบง่ายอบอุ่น พอทั้งสี่คนเข้าไปทก็มีคุณป้าแม่ครัวคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มแสนซื่อ “อยากทานอะไรจ๊ะ?”เมนูอาหารหนึ่งเล่มวางอยู่ตรงหน้าทั้งสี่คนแล้ว เทียนอี้หยิบเมนูขึ้นมาเริ่มสั่งอาหารอย่างไม่เกรงใจเหมือนเคย พอสั่งเสร็จก็ไม่ลืมที่จะโอ้อวดตัวเอง“ฉันคุ้นเคยที่นี่ดี อาหารอะไรฉันก็เคยชิมมาหมดแล้ว รู้ว่าอะไรอร่อยอะไรไม่อร่อย”“นายชิมทุกอย่างหมดแล้ว วันนี้ถึงได้พาพวกเรามาได้เหรอ ไม่สมกับเป็นเพื่อนเลย!” จื่อเถิงไม่รู้สึกซึ้งใจเลยแม้แต่น้อย“ใช่ๆ” เซียวเซียวเหมือนภรรยาที่กลมเกลียวกับสามี“ก็พวกเธอสองคนกำลังจีบกัน ส่วนอวิ๋นตั่วก็ยุ่งอยู่กับเรื่องเรียน มีแค่ฉันที่เอ้อระเหย เดินเตร็ดเตร่อยู่ใกล้ๆ โรงเรียนนี่” เทียนอี้พูดเซียวเซียวหัวเราะและพูดว่า “ฟังดูเศร้าเชียวนะ!”“ก็ใช่น่ะสิ” เทียนอี้พูดอวิ๋นตั่วกำลังใส่หูฟังอยู่ เธอกำลังฝึกภาษาอังกฤษ เทียนอี้จึงใช้มือข้างหนึ่งดึงหูฟังของเธอออก “ต้องขยันขนาดนี้เลยเหรอ กินข้าวดีๆ สักมื้อไม่ได้หรือไง?”เทียนอี้โมโหมากเมื่อเห็นอวิ๋นตั่วขยันเรียน พอนึกถึงเป้าหมายในความพยายามนี้ของเธอแล้ว ก็ยิ่ง