พอขึ้นชั้นมัธยมห้าแล้ว เพื่อนๆ นักเรียนก็เหมือนจะรู้จักตัวเองมากขึ้นเห็นได้ชัดว่าพวกเขาแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งแสวงหาความก้าวหน้าอีกกลุ่มหนึ่งนั้นหมดอาลัยตายอยากอวิ๋นตั่วห้อยท้ายอยู่ในกลุ่มแสวงความก้าวหน้า วิ่งตามอย่างสุดแรง แต่ไม่ว่ายังไม่ก็ไม่ยอมหลุดออกจากกลุ่ม“ทำไมต้องทำให้ตัวเองลำบากแบบนี้ด้วยล่ะ ปล่อยทุกอย่างตามโชคชะตาดีกว่า เธอคิดดูสิว่ามีเธอคนเดียวที่มีพรสวรรค์ไม่มาก ถ้าฝืนจะอยู่กับพวกเขา พวกเขาก็วิ่งไปไหนไม่ได้เพราะต้องมาดูแลเธอนะรู้ไหม? เธอกำลังถ่วงให้พวกเขาถอยหลังนะ รู้ตัวหรือเปล่า?” เทียนอี้เกลี้ยกล่อมเธอเขาพยายามดึงให้อวิ๋นตั่วมาอยู่กลุ่มเดียวกับตัวเอง ในกลุ่มหมดอาลัยตายอยากนี้ เทียนอี้ได้เป็นหัวหน้ากลุ่มอย่างไม่ละอายใจอวิ๋นตั่วไม่ทำแบบนั้น เธออยากจะลองให้ได้ ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าตัวเองจะสอบเข้ามหา‟ลัย C ได้หรือเปล่า“พี่ว่าหนูจะสอบเข้ามหา‟ลัย C ได้หรือเปล่าคะ?” เธอถามอวี่เจ๋อ“ตั้งเป้าหมายแล้วพยายามก็พอแล้ว” อวี่เจ๋อตอบ“แล้วสรุปว่าสอบเข้าได้หรือไม่ได้คะ?”“สอบได้!”ในใจของอวี่เจ๋อซาบซึ้ง เขารู้ดีว่าแรงขับเคลื่อนที่ทำให้อวิ๋นตั่วพยายามนั้นอยู่ตรงไหน“พี่จะรอหนูอยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ?” ในสมองของอวิ๋นตั่วผุดภาพที่เธอกับอวี่เจ๋อเดินเล่นในมหา‟ลัยด้วยกัน ใบหน้าของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มที่แสนหวานออกมาอวี่เจ๋อลูบหัวเธอแล้วพูดออกมาว่า “ใช่ พี่จะรอเธออยู่ที่นั่น”อวี่เจ๋อไม่ได้บอ