เมื่อเดินมาถึงประตูโรงเรียนก็มีผู้ปกครองสิบกว่าคนยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆด้วย พวกเขาชะเง้อหน้ามอง เฮ้อ สงสารหัวใจพ่อแม่ในโลกนี้จัง!แต่คนที่มาหาอวิ๋นตั่วกลับมีเพียงลุงหู ความเศร้ารันทดในใจอวิ๋นตั่วเพิ่มขึ้นมา ตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยม คนที่รอเธออยู่หน้าประตูนั้นเป็นลุงหูมาโดยตลอด“หนาวไหมครับ?” ลุงหูยืนพูดพลางหัวเราะอยู่ตรงหน้าเธอ“หนาวสิคะ แต่ไม่ได้หนาวกายนะคะ หนาวใจค่ะ!” อวิ๋นตั่วตอบลุงหูหัวเราะออกมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไร แล้วเปิดประตูรถให้อวิ๋นตั่ว พอเห็นเธอเข้าไปนั่งในรถแล้ว ขณะที่กำลังจะปิดประตูรถนั้น เทียนอี้ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับร้องเรียกมาตลอดทางก็ตำหนิอวิ๋นตั่ว “เธอรับปากแล้วว่าจะรอฉันไม่ใช่เหรอ?”“ใครรับปากนาย?” อวิ๋นตั่วว่าเทียนอี้ก็ไม่สนใจว่าเจ้าตัวจะยินดีต้อนรับหรือไม่ แต่ก็พาตัวเองเข้าไปนั่งในรถของอีกฝ่ายเสียแล้ว “วันนี้แม่ฉันไม่มีเวลามารับ ฉันขออาศัยรถหน่อยนะ”“ฉันอนุญาตให้นายขึ้นรถแล้วหรือไงกัน?” อวิ๋นตั่วพูดโดยไม่เกรงใจ“ทำไมขี้งกแบบนี้ล่ะ ฉันนั่งไปแค่ครึ่งทางเอง พอออกถนนแล้วเจอที่ที่มีแท็กซี่เยอะ เธอจะปล่อยฉันลงก็ได้” เทียนอี้มองอวิ๋นตั่วด้วยความโมโห “ถ้าไม่ใช่เพราะว่าที่นี่หารถยาก เธอนึกเหรอว่าฉันจะยอมนั่งรถเธอ!”ลุงหูขับรถไปถึงถนนใหญ่ คิดว่าในความยามราตรีแบบนี้ บนถนนมีคนและรถขวักไขว่ ถ้าจะทิ้งเด็กคนหนึ่งไว้ก็ไร้มนุษยธรรมมากจริงๆ จึงเสนอขึ้นมาว่า “ลุงขับวนสักรอบ ไปส่งเทียนอี