เพียงไม่นานทั้งสนามกีฬาก็ได้เสียงร้องถามว่าหลังจากประโยค “พิโธ่พิถัง มันสูงและอันตราย!” คืออะไร อวิ๋นตั่วไม่ได้ยินอะไรเลย มีแต่คนวิ่งเข้ามาถามเธอแทบทุกวินาที “หลังมันสูงและอันตรายคืออะไรนะ?”“ล้อเล่นหรือเปล่า ประโยคแรกก็ท่องไม่ได้เหรอ?”“เหลวไหลน่ะ ถ้าท่องได้ ฉันจะยังมาวิ่งอยู่แบบนี้เหรอไง?”“หนทางสู่เสฉวนนั้นยาก ลำบากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์!”“อืม หนทางสู่เสฉวนนั้นยาก ลำบากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์! ” ปากท่องไปแล้วก็วิ่งเอ้อระเหยไปด้วย ยังไม่ทันผ่านไปถึงไหนก็วิ่งกลับมาอีกแล้ว “แล้วต่อจากลำบากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์ล่ะ?”อวิ๋นตั่วปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ผู้บัญชาการลู่ลงโทษเธอคนเดียว หรือเขาคิดว่าเธอเป็นคนวางตะกร้ากระดาษนั่น?เทียนอี้วิ่งผ่านมาพอดี เมื่อเห็นท่าทางสบายๆ ของอีกฝ่าย อวิ๋นตั่วก็รู้สึกโมโหขึ้นมา ตัวการดูเหมือนกับไม่ได้ถูกลงโทษ ท่าทางยังมีความสุขอยู่เลย!“เฮ้อ เธอท่องมันไปได้ยังไงน่ะ?” เขานั่งลงข้างอวิ๋นตั่ว แสงแดดในฤดูหนาวทำให้ร่างกายอบอุ่น เขาขยับเอียงตัว แล้วหลับตาลงครึ่งหนึ่ง“นายท่องได้หรือยัง?” อวิ๋นตั่วถาม“ยัง ให้วิ่งให้ตายฉันก็ท่องไม่ได้หรอก!” เทียนอี้พูดตรงๆ “เพราะอย่างนั้น ฉันไม่รับโทษนั่น!”เขาไม่ได้คิดมาก“หยูเทียนอี้ ทำอะไร!” ผู้บัญชาการลู่ยืนร้องมาจากที่ไกลๆ “อย่าคิดจะแอบอู้นะ ถ้าฉันจับได้อีกที วิ่งสิบรอบแล้วค่อยมาคุยกัน”เช่นนั้นเทียนอี้ก็จำใจต้องลุกขึ้นยืน “ผมจะไปกล้าอู้ได้ยังไงล่ะครับคร