?”“เธอคิดดูสิ ขนาดถังใส่กระดาษชำระยังวิ่งขึ้นไปอยู่บนประตูเองได้ ยังมีอะไรที่ทำไม่ได้อีกล่ะ ครูมั่นใจในตัวเธอ” ผู้บัญชาการลู่พูดพอเทียนอี้เห็นสีหน้าของผู้บัญชาการลู่ นี่แน่ใจแล้วสินะว่าเขาจะทำไม่ได้? เขาจะต้องแสดงความเก่งกาจให้ผู้บัญชาการลู่ได้เห็น“วิ่งก็วิ่ง!”เทียนอี้เดินไปที่ประตู เห็นอวิ๋นตั่วยืนขึ้น แล้วถามอย่างดีใจว่า “คุณครูลู่คะ ถ้าท่องกลอน ‘หนทางสู่เสฉวนนั้นยาก’ จบแล้วก็ไม่ต้องวิ่งแล้วใช่ไหมคะ?”“ใช่!”“ถ้าตอนนี้ท่องได้แล้วล่ะคะ?”“งั้นตอนนี้ก็ไม่ต้องวิ่งแล้ว”“พูดคำไหนคำนั้นนะคะ?”“พูดคำไหนคำนั้นแน่นอน”อวิ๋นตั่วจึงเริ่มท่อง “พิโธ่พิถัง มันสูงและอันตราย! หนทางสู่เสฉวนนั้นยาก ลำบากกว่าขึ้นสวรรค์! ฉานฉงและหยูฝู สร้างชาติอย่างคลุมเครือ! ผ่านมาสี่หมื่นแปดพันปี ไม่สมาคมกับคนแคว้นฉิน……”พอท่องจบ พวกเพื่อร่วมชั้นก็พากันอิจฉา แค่นี้ก็ไม่ต้องวิ่งแล้วผู้บัญชาการลู่พยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วบอกว่า “ดีมาก เธอไม่ต้องวิ่งแล้ว ยื่นอยู่ด้านข้าง คอยเตือนความจำให้ทุกคน!”แบบนี้ทุกคนก็เท่าเทียมกันแล้ว แม้จะบอกว่าไม่ต้องวิ่ง แต่การเตือนความจำก็ไม่ใช่งานที่ดี นั่นหมายความว่าต่อให้มีแค่คนเดียวที่ยังวิ่งอยู่อวิ๋นตั่วก็ยังต้องอยู่ที่สนาม“ได้ครับ วิ่งแล้วครับๆ!” ทุกคนพูดเสียงดัง หัวเราะคิกคักพากันออกไปนอกห้องเรียน แม้การวิ่งรอบสนามจะเปลืองแรง แต่เมื่อเทียบกับเข้าเรียนแล้วเหมือนจะสนุกกว่าเยอะ