ียนอี้นำถังใส่กระดาษชำระไปเก็บให้เสร็จ แล้วเอ่ยถามขึ้น “ถังใส่กระดาษชำระมันวิ่งมาอยู่บนประตูได้ยังไง?”แม้จะไม่เห็นความโกรธบนใบหน้า แต่ฟังจากนํ้าเสียงแข็งทื่อที่พูดก็รู้ ผู้บัญชาการลู่โกรธมากแล้วไม่มีใครพูดอะไร ตอนนี้ความเงียบมีค่าดั่งทองคำ นี่คือประสบการณ์ที่นักเรียนผ่านมาโชกโชนหลายปี“ไม่มีใครพูดเลยใช่ไหม?”ทุกคนก้มหน้า ราวกับไม่มีความผิดเลย“เอาแบบนี้แล้วกัน พวกเธอมีคุณธรรมนํ้ามิตร ครูก็จะไม่กลั่นแกล้งพวกเธอ ไปวิ่งที่สนามสองรอบ!” ผู้บัญชาการลู่พูดแล้ววิ่งสองรอบ ต้องประเมินคำพูดนี้ให้ดี คำว่าสองนี้เป็นจำนวนหลอกหรือเป็นจำนวนจริงกันแน่? ผู้บัญชาการลู่ที่ทุกคนรู้จัก ไม่ได้เมตตาและอ่อนโยนขนาดนี้“คุณครูลู่ครับ วิ่งแค่สองรอบเองเหรอ?” มีคนเอ่ยปากถามแล้วคุณครูลู่จึงตอบว่า “จะรีบอะไรกัน ครูยังพูดไม่จบเลย วิ่งไปด้วยแล้วท่อง‘หนทางสู่เสฉวนนั้นยาก’ ของเหล่าไป๋ไปด้วย เมื่อไรที่ท่องจนขึ้นใจแล้วก็ไม่ต้องวิ่ง มาท่องให้ครูฟัง ถ้ามาอยู่ตรงหน้าครูแล้วท่องแบบติดขัด แน่นอนว่าต้องไปวิ่งต่ออีกสิบรอบ เป็นยังไง วิธีการนี้ไม่เลวใช่ไหมในที่สุดผู้บัญชาการลู่ก็ยิ้มแล้ว ยิ้มอย่างสุขใจให้กับกระบวนท่ายอดเยี่ยมของตัวเองเทียนอี้อาศัยการยื่นมือที่แข็งแรงและปราดเปรียวเมื่อครู่นี้ขอให้ผู้บัญชาการลู่ช่วยเหลือจากภัยพิบัติ เข้าไปพยามยามตีสนิท “คุณครูลู่ครับ จะท่องหนังสือไปพร้อมกับวิ่งได้ยังไง วิ่งแค่สองรอบก็พอแล้วได้ไหมครับ