อวิ๋นตั่วไม่มีกระจิตกระใจที่จะทำโจทย์ต่อแล้ว เพิ่งตื่นก็ถูกอวี่เจ๋อดึงมาทำโจทย์ยากๆ เมื่อดูเวลา ก็ใกล้ถึงเวลากินข้าวแล้ว เธอหันมองไปหน้าห้องหนังสือ ทำไมแม่บ้านหลิวถึงยังไม่มาเรียกไปกินข้าวอีกนะ?“อวิ๋นตั่ว?” อวี่เจ๋อร้องเรียก “ทำไมใจลอยแบบนี้”อวิ๋นตั่วเอากระดาษข้อสอบมาแบ่งเป็นสองส่วน “หนูว่าอาศัยแค่สองมือของหนูคงไม่มีทางทำเสร็จแน่ งั้นเรามาแบ่งงานกันดีกว่าค่ะ พี่ช่วยหนูทำคณิต ฟิสิกส์ เคมี แล้วเดี๋ยวหนูจะทำภาษาอังกฤษกับภาษาจีน ดีไหมคะ?”“พี่ไม่เคยได้ยินการแบ่งงานแบบนี้มาก่อนเลย” ถึงปากจะบ่น แต่มือก็ยื่นเอากระดาษจากอวิ๋นตั่วมาโดยไม่รู้ตัวอวิ๋นตั่วดีใจมาก แบบนี้เธอก็สบายขึ้นเป็นกอง อีกทั้งวิชาภาษาอังกฤษกับภาษาจีน สำหรับเธอแล้วก็ไม่ได้หนักหนาอะไรนัก เธอมองโทรศัพท์ นับเลขอยู่ในใจ แม่บ้านหลิวน่าจะเข้ามาได้แล้วนะและแม่บ้านหลิวก็ผลักประตูเข้ามาจริงๆ “ครูหลิว ได้เวลาทานข้าวแล้วค่ะ”อวิ๋นตั่วลุกพรวดขึ้นทันทีราวกับคนพ้นโทษ “กินข้าวอร่อยๆ ไปกินข้าวกันเถอะค่ะ กินเสร็จแล้วค่อยมาทำต่อนะ”วันนี้ชูยินไม่อยู่บ้าน จู่ๆ บรรดาคุณหญิงคุณนายก็นึกคึกขึ้นมา รวมกลุ่มกัน บอกว่าเพื่อนดูแลสุขภาพของสาวๆ คำขวัญคืออยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ห่างจากโต๊ะไพ่นกกระจอกบ้าง ในหนึ่งเดือนอย่างน้อยต้องเดินเท้าหนึ่งครั้ง ปีนเขาบ้าง วิ่งบ้าง พวกรายการการออกกำลังกายประเภทต่างๆ อวิ๋นตั่วเองก็ออกไปถ่ายรูปให้ เสร็จแล้วก็กลับบ้านนอน ตั้งแต่