อยู่ให้ห่างจากคนประเภทนี้ไว้สักหน่อยดีกว่าใครจะไปรู้ว่าคำพูดหรือการกระทำไหนจะไปกระทบเส้นประสาทของเขาล่ะ?“พี่ครับ ผมว่าพี่พูดถูกมากเลย เพื่อไม่ให้เป็นการทำลายภาพอันสวยงามนี้ พวกเราขอลาก่อนนะครับ” จื่อเถิงโค้งตัวให้อวิ๋นเฉียว หมุนตัวจะเดินออกไปอวิ๋นเฉียวใช้มือหนึ่งจับคอเสื้อของเขาไว้ แล้วดึงเขากลับมา “ไม่เป็นไรหรอก พวกเธอไปนั่งรอตรงนั้นอย่าไปรบกวนพวกเขาล่ะ พี่จะวาดภาพให้พวกเขาสักภาพ”จื่อเถิงแบกกระเป๋านักเรียน ใช้สายตาส่งสัญญาณเซียวเซียวรู้เซียวเซียวจึงบอกว่า “พี่คะ พวกเราไม่รบกวนแล้วจริงๆ ค่ะ จะกลับก่อนแล้ว อีกสักพักรบกวนพี่บอกอวิ๋นตั่วหน่อยนะคะ ว่าพวกเรามาแล้ว”“รีบร้อนอะไรกัน?”อวิ๋นเฉียวชี้ไปที่ประตูตรงมุมผนังแล้วพูดว่า“อุปกรณ์วาดรูปของพี่อยู่ตรงนั้น พวกเธอช่วยหยิบมาให้หน่อย”จื่อเถิง เซียวเซียว อวิ๋นตั่วคบกันมาตั้งแต่เด็ก ย่อมที่จะคุ้นเคยกับบ้านของอวิ๋นตั่วเป็นธรรมดา จึงทำอะไรก็ตามที่จะไม่ยั่วโมโหอวิ๋นเฉียวไปก่อน จื่อเถิงกับเซียวเซียวตัดสินใจไปหยิบอุปกรณ์วาดรูปให้ พอหยิบมาได้ก็ไปวางไว้ตรงหน้าเขา คนๆ นี้ได้คืบจะเอาศอก ต้องการให้เซียวเซียวกับจื่อเถิงช่วยเขาตั้งขาตั้งรูปวาด จากนั้นก็สั่งให้จื่อเถิงย้ายเก้าอี้มาอีก ตอนที่เขานั่งลงเตรียมจะวาดรูป เขาก็ขอร้องจื่อเถิงกับเซียวเซียวอีกครั้ง “พวกเธอคอยนั่งดูอยู่ตรงนี้คอยแสดงความเห็นให้พี่”จื่อเถิงกับเซียวเซียวยิ่งรู้สึกว่าอวิ๋นตั่วพูดถูก อวิ๋