เทียนอี้สบายใจแล้ว เขาหัวเราะพลางมองอวิ๋นตั่ว แล้วถามว่า“ความลับอะไรล่ะ**?”**“ฉันเปลี่ยนหน้าได้” อวิ๋นตั่วพูดอย่างมีลับลมคมในเทียนอี้ส่ายหน้า “ฉันไม่เชื่อหรอก เธอไม่เคยเรียนงิ้วเสฉวนสักหน่อย”อวิ๋นตั่วจึงบอกว่า “ถ้าไม่เชื่อฉันจะทำให้นายดู”อวิ๋นตั่วใช้มือหนึ่งบีบจมูก แล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือของอีกมือหนึ่งดึงแก้มไว้ ขณะที่จมูกถูกดึงไปข้างหลัง เนื้อของแก้มทั้งสองก็ไปกองรวมกันข้างบน “ดูสิ ฉันเป็นจิ้งจอกแล้ว!”เทียนอี้หัวเราะคิกคักออกมา นี่ถึงได้รู้ว่าโดนอวิ๋นตั่วหลอกเข้าให้แล้ว“อวิ๋นตั่ว เธอแย่มากเลย นี่นับเป็นความลับด้วยเหรอ?” เทียนอี้แสดงความไม่พอใจ“ฉันไม่เคยแสดงต่อหน้าใครเลยนะ จะไม่นับว่าเป็นความลับได้ยังไงล่ะ?” อวิ๋นตั่วพูด“เธอไม่เคยแสดงต่อหน้าคุณครูหลิวเหรอ?” เทียนอี้ถามหยั่งเชิง“ไม่เคย!”อวิ๋นตั่วกลับไปนั่งที่แล้ว คุณครูวรรณคดี ครูคณิตศาสตร์ ครูภาษาอังกฤษ ครูฟิสิกส์และเคมี คุณครูหลายแขนงวิชามารวมกันในห้องเรียนเพื่อสั่งการบ้านเพราะอวิ๋นตั่วเขียนบทความได้ดี ดังนั้นจึงถูกคุณครูยกให้เป็นตัวแทนวิชาวรรณคดีเป็นกรณีพิเศษ คุณครูวิชาวรรณคดีให้ความสำคัญกับเธอมาก“อวิ๋นตั่ว มาหยิบการบ้านไปแจกหน่อย”อวิ๋นตั่ววิ่งไปหน้าชั้นเรียนพอเห็นแล้วถึงได้รู้ว่าการบ้านที่ครูวิชาวรรณคดีสั่งเป็นกระดาษข้อสอบสี่แผ่น เป็นเรื่องที่หนักหนามากจริงๆ หยุดเรียนแค่สองวันเท่านั้น แค่กระดาษข้อสอบวิชาวรรณคดีก็สี่แผ่นแล