้ว จากนั้นการบ้านวิชาอื่นๆ ก็ทยอยกันแจกออกมาอีก วิชาเคมีกับฟิสิกส์อย่างละสองแผ่น คณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษด้วยก็เป็นอีกสี่แผ่นแล้วเทียนอี้ยังไม่ทันรอให้การบ้านแจกเสร็จ เขาก็เก็บกระเป๋าแล้ววิ่งออกไปนอกห้องเรียนแล้ว“เป็นพวกคนบ้ากลุ่มหนึ่งแท้ๆ เวลาสองวันสั่งการบ้านเยอะขนาดนี้ สมองโดนรถชนหมดแล้วมั้ง หากปะปนอยู่กับพวกเขา ต้องเป็นไอ้งั่งเข้าสักวันแน่”“อย่าดีแต่พูดล่ะ ถ้าเก่งจริงสัปดาห์หน้าก็อย่ามาโรงเรียนสิ! ” อวิ๋นตั่วตะโกนออกไปนอกห้องเรียน“เธอกลายเป็นคนสมรู้ร่วมคิดแล้ว รู้หรือเปล่า?” เทียนอี้จ้องอวิ๋นตั่วหนึ่งที แล้ววิ่งลงตึกเรียนไปเทียนอี้ยังเดินไปไม่ไกลนัก เขารออวิ๋นตั่วอยู่ใต้ตึกคณิตศาสตร์ พอเห็นเธอแบกกระเป๋านักเรียนหนักอึ้ง ก็รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมแทนเธอเสียแล้ว “เธอดูสิ เธอตัวเล็กแบบนี้ ไปทนแรงกดดันเท่าภูเขาลูกใหญ่แบบนี้ได้ที่ไหนกัน!”“นายไม่ได้เดินไปแล้วหรอกเหรอ?”“เธอยังอยู่ ฉันจะไปได้ไงล่ะ?”“คำพูดนี้จืดชืดจริงๆ ฉันให้นายตามฉันมาก็ได้” อวิ๋นตั่วเดินไปยังประตูโรงเรียน เซียวเซียวกับจื่อเถิงยืนรอเธออยู่ตรงนั้นแล้ว“ทำไมช้าแบบนี้ล่ะ?” เซียวเซียวกับจื่อเถิงตำหนิอวิ๋นตั่วไม่พูดอะไร แต่เทียนอี้เริ่มบ่นขึ้นมาแล้ว “พวกเธอรู้ไหมว่าครูของพวกเราสั่งการบ้านเยอะขนาดไหน?”เซียวเซียวกับจื่อเถิงส่ายหน้า ขณะที่ทั้งสองคนส่ายหน้า เทียนอี้ก็เริ่มนับนิ้วมือ“ก็แค่กระดาษข้อสอบไม่กี่แผ่น ต้องใช้นิ้วนับเล