พวกนี้ก็บอกพี่ชายหนูได้เลยนะคะ”“ฉันไม่ยอมไปติดต่อกับพี่ชายเธอหรอก เขาน่ะได้ทีขี่แพะไล่ ถ้าเขารู้ว่าฉันขอร้องเขา เขาก็จะคิดว่าตัวเองเก่งเหมือนพระเจ้า!”อวิ๋นตั่วรู้สึกสงสัยในใจ พี่ชายเธอแย่เหมือนที่อวี่ซีพูดซะที่ไหนกัน คนๆ นี้ตัดสินคนอื่นด้วยมุมมองของตัวเอง เธอกลับรู้สึกว่าแฟนของอวี่ซีต่างหากที่ไม่ได้เรื่อง สองสามวันนี้มักจะมาอยู่ตรงหน้าประตูโรงเรียนเธอ ถ้าไม่มาส่งไอศครีมให้ก็มาส่งนํ้าอัดลมให้ ทำเอาเพื่อนๆ พากันนึกว่าเธอมีแฟนแล้ว“พี่อวี่ซี ช่วงนี้พี่กับเยว่หยางเป็นยังไงบ้างคะ?” อวิ๋นตั่วลองถาม“ก็เรื่อยๆ น่ะ ช่วงนี้เขายุ่งมาก ฉันหาตัวเขาไม่ค่อยเจอเลย” อวี่ซีว่าเธอเชื่อจริงๆ ว่าเยว่หยางยุ่งมาก หลังจากคริสต์มาส เธอได้พูดคุยอย่างจริงจังกับเยว่หยางครั้งหนึ่ง เขาเหมือนฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา บอกว่าจะใช้ความคิดทั้งหมดอยู่กับงาน บางครั้งที่พวกเขาออกมากินข้าวด้วยกัน เยว่หยางก็เอาแต่ก้มหัวหาข้อมูลในโทรศัพท์“แผนกธุรการยุ่งขนาดนี้เลยเหรอ?” เธอเคยลองถามเขาเหมือนกัน“เธอไม่รู้หรอก คนอื่นพากันนึกว่าแผนกธุรการทำงานทั่วไปให้บริษัท แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ ก็เพราะได้สัมผัสและปะปนกันหลายแผนก โอกาสเรียนรู้ก็เลยเยอะไปด้วย”เยว่หยางคิดได้แบบนี้ อวี่ซีก็ดีใจมาก เธอไม่อยากถ่วงความเจริญเขา
ดังนั้น เวลาเขาบอกว่าเขายุ่ง เธอก็จะวางโทรศัพท์อย่างรู้จักวางตัว แล้วกลับบ้านไปกินข้าวคนเดียวอวิ๋นตั่วถามอย่างระมัดระวัง “พวกพ