พออวี่เจ๋อกลับถึงบ้าน ฟางผิงก็เดินเข้ามาหา “ไปดูอวี่ซีหน่อยสิ เหมือนเธอจะทะเลาะกับเยว่หยาง นี่ก็ขังตัวเองอยู่ในห้องทั้งวันแล้ว”อวี่เจ๋อลูบไหล่คนเป็นแม่เบาๆ “เข้าใจแล้วครับ”ฟางผิงดึงมือของลูกชายไว้ “วันนี้พ่อของลูกอารมณ์ไม่ดีอีกแล้ว ลูกจะไปเป็นอาจารย์ที่มหา‟ลัยจริงๆ เหรอ?”อวี่เจ๋อพยักหน้า อย่างที่ทำให้คนเป็นแม่ต้องถอนหายใจ “ที่พ่อของลูกพูดก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล อ้อมไปแล้วก็อ้อมกลับมา ลูกบอกลูกรู้แต่แรกแล้วว่าสุดท้ายก็ต้องไปเป็นอาจารย์ถ้าอย่างนั้นตอนแรกจะไปเปิดบริษัทให้ลำบากทำไม ยุ่งวุ่นวายเสียเปล่า แล้วก็กลับมาจุดเริ่มต้นใหม่ ถ้าอยู่ที่มหา‟ลัยเลยตั้งแต่แรก อย่างน้อยๆ ตอนนี้ก็น่าจะได้เป็นรองศาสตราจารย์แล้วตอนนี้ ลูกอายุก็เท่านี้แล้ว ยังไปเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ เดือนหนึ่งได้เงินไม่กี่พันหยวน แบบนี้ผู้หญิงที่ไหนจะอยากมาแต่งงานด้วยล่ะ”“ผมไปดูอวี่ซีนะครับ” อวี่เจ๋อรีบตัดบทแม่อวี่เจ๋อเคาะประตู แต่อวี่ซีก็ไม่ได้ตอบรับเขาร้องเรียกอยู่หน้าห้อง “อวี่ซี นี่พี่เอง”“ฉันนอนแล้ว!” อวี่ซีตะโกนบอก“นอนแล้วพูดได้ด้วยเหรอ?” อวี่เจ๋อผลักประตูเปิดอวี่ซียังไม่นอน เธอนั่งอยู่บนกรอบหน้าต่าง ผ้าม่านเปิดเป็นรอยแยกเล็กๆพอให้ลมหนาวพัดเข้ามาได้ จนความหนาวแพร่ไปทั่วทั้งห้อง“อากาศหนาวแบบนี้ทำไมยังไปนั่งตากลมอีก?” อวี่เจ๋อเดินไปปิดหน้าต่าง ลูบมือของน้องสาวเบาๆ มือเย็นๆ ส่งให้เขารีบเอาผ้าห่มมาห่มให้คนเป็นน้องอวี่ซ