“วันนี้ที่นายสนับสนุนอวิ๋นตั่วน่ะ มาจากใจจริงๆ ใช่ไหม?” อวิ๋นเฉียวถาม“ก็ใช่น่ะสิ”“นายอยากให้อวิ๋นตั่วสอบเข้ามหา‟ลัย C ได้ แล้วแบบนั้นก็จะได้อยู่ด้วยกันทุกวันใช่ไหมล่ะ?”อวี่เจ๋อแสร้งทำสงบเยือกเย็นมาตลอด ไม่รู้ว่ามีพิรุธตรงไหนที่ทำให้อวิ๋นเฉียวดูออกอวิ๋นเฉียวมองความกระสับกระส่ายของอีกฝ่ายออก พอคิดว่าในที่สุดก็จับจุดอ่อนของอวี่เจ๋อได้แล้ว ก็รู้สึกมีความสุขจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เขารู้อยู่แล้วว่าที่อีกฝ่ายโสดมาตลอดนั้นเพราะกำลังรออะไรอยู่ รออะไรน่ะเหรอ? เห็นท่าทางของอวี่เจ๋อตอนที่อวิ๋นตั่วจุ๊บเขาใต้ต้นมิสเซิลโทก็รู้แล้วว่าเขากำลังรอให้อวิ๋นตั่วโต“ฉันกลับล่ะ” อวี่เจ๋อรีบหมุนตัว แล้วเปิดประตูรถอวิ๋นเฉียวขวางประตูเอาไว้ ไม่ให้เขาขึ้นรถ ใบหน้าฉายรอยยิ้มร้าย “รักน้องสาวของฉันใช่ไหมล่ะ”อวี่เจ๋อไม่เข้าใจว่าทำไมอวิ๋นเฉียวถึงได้พูดจ้อไม่ยอมหยุดแบบนี้ พอเห็นเขาตื่นตระหนกก็ดูเหมือนจะภูมิใจเสียนักหนา“อย่าพูดจาไร้สาระน่ะ อวิ๋นตั่วยังเด็กอยู่”“เพราะแบบนั้นไงล่ะ นายก็เลยรอให้อวิ๋นตั่วโต!” จากแววตาภาคภูมิใจในตอนแรก แปรเปลี่ยนเป็นแววตาแห่งความชื่นชม “นายรู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าชอบเธอ แล้วเพื่อรอเธอโต นายก็เลยทำตัวเหมือนพิวริตันไม่เข้าใกล้ผู้หญิงหลายปีมานี้นายใช้ชีวิตได้ยังไงนะ?”“ฉันไม่รู้ว่านายกำลังพูดเรื่องอะไร?” อวี่เจ๋อดันอวิ๋นเฉียวออกแล้วก้าวขึ้นรถไปอวิ๋นเฉียวมองตามรถของอวี่เจ๋อที่ขับออกไปไก