อวี่เจ๋อแบกบันไดเข้าไปไว้ในห้องเก็บของ แต่อวิ๋นตั่วว่างจนอยู่เฉยไม่ได้จึงเดินตามหลังเขาไป แม่บ้านหลิวก็ตะโกนขึ้นว่า “อวิ๋นตั่ว ช่วยป้าหลิวยกอาหารหน่อยค่ะ”อวิ๋นตั่วยื่นมืออกมา “ไม่ได้ค่ะ มือแดงอยู่ หนูไม่มีแรงแล้วค่ะ”แม่บ้านหลิวยิ้มพลางบ่นว่า “ป้าเห็นตอนหนูเป็นผู้ช่วยคุณครูหลิวก็มีแรงนี่คะ”อวิ๋นตั่ววิ่งออกนอกประตูใหญ่ไปอวี่เจ๋อไปเก็บบันไดกลับมาแล้ว ทั้งสองเดินมาเจอกันตรงระเบียง ที่ระเบียงมีช่อมิสเซิลโทห้อยอยู่ จู่ๆ อวิ๋นตั่วก็เขย่งเท้า จูบเบาๆ บนแก้มอวี่เจ๋ออวี่เจ๋อไม่ทันตั้งตัว หน้าของเขาจึงแดงขึ้นมาทันที ขณะมองอวิ๋นตั่วนั้น หัวใจก็เต้นแรง ไม่รู้จะคล้อยตามดีไหมอวิ๋นตั่วหัวเราพพลางพูดว่า “ทางตะวันตกมีประเพณีอยู่อย่างหนึ่งค่ะถ้าหญิงชายมาเจอกันตรงใต้ช่อมิสเซิลโท จะสามารถจูบอีกฝ่ายได้”อวี่เจ๋อแอบหงุดหงิดกับความไม่เอาไหนของตัวเอง ก็แค่จูบล้อเล่นจากเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น เขาก็จิตใจว้าวุ่นแล้ว แต่พอฟังเหตุผลนี้ ทำไมเขาถึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยล่ะ?“ทำไมพี่ไม่เคยได้ยินเลยล่ะ?”“ประเพณีในโลกมีมากมายขนาดนี้ พี่กล้ารับประกันเหรอว่าเคยได้ยินมาหมดแล้ว ความรู้ของทุกคนก็มีมุมบอดทั้งนั้นแหละค่ะ”อวิ๋นตั่วผงกหัวแล้วกระโดดโลดเต้นเข้าบ้านไปด้วยความดีใจ พอเดินไปที่ประตู แสงไฟรถยนต์ที่แสบตาส่องสะท้อนบนตัวเธอ เธอยกมือขึ้นมาบังตาไว้มือหยึ่ง พอไฟดับ อวิ๋นอี้ฟานก็ออกมาจากรถยนต์ แล้วโค้งเอวพลางพูดว่า “นี่ลูกสา