ำซ้ำหมากตัวฉกาจอย่างสวีจือหย่วนและซุนคังยังคงซุ่มซ่อนเงา หากรอยแผลกระตุ้นให้พละกำลังถดถอย การบดขยี้สองคนนั้นย่อมทวีความยากลำบาก
นอกลานประลอง เว่ยอู๋เซี่ยนผละจากค่ายพักตระกูลเว่ย พุ่งทะยานเหงื่อโทรมกายมาหาเฉินอันจือ กระซิบเสียงเครียด “ท่าไม่ดีแล้ว ทายาทตระกูลบุ๋นพวกนั้นเสียสติไปหมด สู้ตายหมายแลกเลือดกับพี่หนิง เบื้องหลังย่อมเป็นสวีจือหย่วนชักใยแน่”
เฉินอันจือชะงักงัน ก่อนหน้านี้เขายังกังขาว่าเหตุใดพวกหนอนตำราถึงได้เหิมเกริมกล้าตายนัก ยามนี้เมื่อได้ฟังวาจาของเว่ยอู๋เซี่ยน ม่านหมอกแห่งแผนทรามพลันกระจ่างชัด
“ข้าจะไปกระซวกไส้ไอ้สุนัขสวีจือหย่วน” เฉินอันจือเดือดดาลจนเส้นเลือดปูดโปน หมุนตัวเตรียมพุ่งทะยาน
ในเมื่อจ้าวหนิงเลือกเส้นทางราชันย์ไร้พ่าย พวกเขาทั้งสองจึงไร้เจตนาขึ้นประลองแต่แรก แม้การได้ยลเพลงทวนสะท้านฟ้าของจ้าวหนิงจะทำเอาคนบ้าวิชาอย่างเฉินอันจือคันไม้คันมือ ทว่าลานล่าสัตว์ฤดูสารทย่อมมิใช่สถานที่อันควร
“หยุดความคิดตื้นเขินของเจ้าเสีย หากบุกไปอาละวาด ย่อมถูกขุนนางคุมกฎจับกุมตัวทันที” เว่ยอู๋เซี่ยนคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น
เฉินอันจือถลึงตาถมึงทึง “เช่นนั้นจะให้ทำอย่างไร ข้าทนดูพี่หนิง