อวิ๋นตั่วตามอวิ๋นเฉียวเข้ามาในห้อง อวิ๋นเฉียวนั่งตรงหน้าหน้าต่างยาวอวิ๋นตั่วหาผ้าคลุมไหล่หนึ่งผืนมาคลุม คิดไปคิดมารู้สึกว่าไม่ถูกต้อง จึงไปหยิบผ้าขนหนูอีกผืนมาพันรอบคอ แล้วค่อยวางผ้าคลุมไหล่“ดูท่าทางจะมืออาชีพมากนะ” อวิ๋นเฉียวพูดอวิ๋นตั่วจึงบอกว่า “ข้างๆ โรงเรียนหนูมีร้านตัดผมร้านหนึ่ง นักเรียนชอบไปตัดผมที่นั่น หนูเคยไปกับเซียวเซียวครั้งหนึ่งก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกประหลาดหัวผู้ชายน่ะ ใช้ปัตตาเลี่ยนไฟฟ้าไถทีเดียวก็ได้แล้ว ”อวิ๋นตั่วพูดพลางหยิบกรรไกรขึ้นมา“แต่ผมพี่ยาวเกินไปนะ ต้องใช้กรรไกรตัดก่อน”“ช่วงนี้อวี่เจ๋อทำอะไรน่ะ?”“เตรียมตัวสอบปริญญาเอกค่ะ แล้วก็ไปสอนหนังสือ”“เป็นอาจารย์แล้วเหรอ?”“ยังเป็นแค่ผู้ช่วยอาจารย์อยู่ค่ะ ศาสตราจารย์เจียงให้เขาหาแรงบันดาลใจอยู่ที่มหาลัย บอกว่าการเรียนจบแล้วเปิดกิจการทันที ที่จริงถือว่าใจร้อนเกินไป ไม่พ้นที่จะล้มเหลวแน่”“ต้องบอกว่าเด็กเนิร์ดทำอะไรก็ราบรื่น เปิดบริษัท เป็นนักวิชาการ ทำอะไรก็ได้หมดนั่นล่ะ ไม่เหมือนกับพี่ ไปที่ไหนก็เป็นคนไร้ค่า”“พี่ไม่ได้เป็นคนไร้ค่าสักหน่อย พี่วาดรูปได้ พี่อวี่เจ๋อบอกว่าพี่วาดรูปสวยมาก”“ทำไมเขาพูดอะไรเธอก็เชื่อหมด เขาเรียนเก่ง แปลว่าเขาเข้าใจเรื่องวาดรูปเหรอ เขาบอกดีเธอก็ว่าดี?”“พี่ยังชอบวาดรูปอยู่ถูกไหมคะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งรูปกลับมาให้หนูตลอดหรอก ถึงจะเปลี่ยนจากสัปดาห์ละรูปเป็นเดือนละรูป ต่อมาก็เปลี่ยนจากเดือนละรูปเป็นสาม